วันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2559

สายการบินอินเดียเตรียมจัดโซนปลอดเด็กให้ทุกเที่ยวบิน หมดปัญหาเด็กกวนใจ

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

 สายการบินอินดิโก ของอินเดีย เตรียมจัดโซนปลอดเด็ก อายุต่ำกว่า 12 ปีห้ามนั่งเด็ดขาด ตัดปัญหาเด็ก ๆ รบกวนผู้โดยสารท่านอื่น  

       วันที่ 6 ตุลาคม 2559 เว็บไซต์เมโทร  มีรายงายว่า สายการบินอินดิโก ของประเทศอินเดีย ได้ออกมาประกาศเตรียมเปิดโซนพิเศษบนเครื่องบินของทางสายการบิน ซึ่งเป็นโซนที่เรียกว่า โซนปลอดเด็กนั่นเอง งานนี้ทำเอาบรรดาผู้ที่ทราบข่าวพากันตื่นตัวกันยกใหญ่ แชร์ข่าวต่อกันต่อทั่วโลกโซเชียล

       สำหรับโซนปลอดเด็กนี้ ทางสายการบินอินดิโกได้ประยุกต์มาจากโซนเงียบสำหรับผู้โดยสารที่ต้องการพักผ่อนหรือทำงาน มาดัดแปลงให้เป็นที่โซนที่นั่งแบบพรีเมี่ยมสุด ๆ เขียนป้ายกำกับไว้ชัดเจนเลยว่า "เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีห้ามเข้าเด็ดขาด"

       โดยหลังจากทางสายการบินอินดิโกมีประกาศดังกล่าวออกมา ก็สร้างความตื่นเต้นดีใจให้กับผู้ที่ได้ทราบเป็นอย่างมาก กระแสตอบรับค่อนข้างดีเลยทีเดียว โดยเฉพาะบรรดาคนที่ไม่ค่อยจะเป็นปลื้มกับเด็กสักเท่าไหร่ คงจะชอบใจไม่น้อย เพราะปัญหาเด็กเล่นวุ่นวายหรือส่งเสียงร้องดังรบกวนก็จะไม่มีให้รำคาญอีกต่อไป เช่นเดียวกับที่เคยได้ยินกันบ่อย ๆ ว่า ลูกคุณไม่ได้น่ารักสำหรับทุกคน


http://hilight.kapook.com/view/143104

วันอังคารที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2559

แม่ฟื้นขึ้นจาก “ความตาย” หลังพยาบาลนำลูกเพิ่งคลอดมาวางไว้แนบอก

Facebook/Karen Fos

เรื่องราวมหัศจรรย์นี้เกิดขึ้นกับคุณแม่เชลลี่ คอเล่ (Shelly Corley) วัย 23 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ที่นอร์ท แคโรไลน่า สหรัฐอเมริกา โดยขณะที่เชลลี่กำลังคลอดลูกน้อย ไรแล่น” (Rylan) ออกมาแข็งแรงสุขภาพดี แต่ตัวเองกลับตกอยู่ในอาการโคม่าเพราะลิ่มเลือดอุดตันที่หลอดเลือดแดงสำคัญ หมอได้ทำการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ แต่สุดท้ายก็ไม่อาจยื้อชีวิตเธอไว้ได้ เมื่อชีพจรเธอแผ่วเบาลงเรื่อยๆ เจเรอมี่ (Jeremy) สามีของเชลลี่ยังไม่อยากจะเชื่อว่าวินาทีที่ดีใจที่สุดที่ได้พบกับลูกสาว แต่ไม่กี่อึดใจภรรยากลับกำลังจะจากไป


แต่แล้วพยาบาลที่ดูแลเชลลี่ได้แนะนำว่าให้นำ ไรแล่นลูกสาวที่เพิ่งคลอดมาวางที่ตัวของเชลลี่ดู เพราะสัมผัสรัก และสายใยระหว่างแม่ลูกอาจจะสร้างสิ่งมหัศจรรย์ได้ เธอนำไรแล่นมาวางไว้บนอกของเชลลี่ หลังจากนำลูกสาวมาวางไว้บนตัวแม่ เจ้าตัวน้อยก็หลับไปอย่างง่ายดาย ส่วนทางด้านสามีได้แต่ภาวนาว่าเชลลี่คงยังวนเวียนอยู่ไม่ไกล และสัญชาตญาณความเป็นแม่จะช่วยปลุกเธอให้ฟื้นคืนได้ ผ่านไปกว่าสิบนาทีลูกน้อยก็ร้องดังขึ้น พร้อมๆ กับชีพจรที่หน้าจอมอนิเตอร์ของเชลลี่ก็ทำงานขึ้นอีกครั้ง

Facebook/Karen Foster

ไม่น่าเชื่อว่าปาฏิหาริย์จะเกิดขึ้นจริงๆหลังจากพักฟื้นอยู่ราวสัปดาห์ เชลลี่ก็กลับมาแข็งแรงปกติออกจากโรงพยาบาลได้ และสามารถดูแลลูกสาวมาจนถึงวันนี้

การฟื้นขึ้นของเชลลี่อาจจะไม่ใช่ปาฏิหาริย์ แต่อาจจะเป็นการดูแลรักษาขากคุณหมอและเจ้าหน้าที่ที่ดูเชลลี่จนฟื้นขึ้นได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็เป็นความพิเศษของครอบครัวเธอ และจะเป็นสิ่งที่ทกคนไม่มีวันลืม


โพสท์โดย: SpiderMeaw
http://board.postjung.com/992331.html


วันศุกร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2559

มุมแปลกๆ กับปลานกขุนทองหัวโหนกตัวยักษ์


เห็นภาพทีแรกคิดว่าปลากินคน! ที่แท้นักดำน้ำถ่ายรูปกันขำๆ มุมแปลกๆ กับปลานกขุนทองหัวโหนกตัวยักษ์ #NapoleonWrasse ใต้ทะเลลึกนอกชายฝั่งออสเตรเลีย Via @AkaravutTv9



โพสท์โดย: SpiderMeaw

http://board.postjung.com/991678.html

วันจันทร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2559

กู้ภัยกู้ซากบ้านถล่ม สุดซึ้งพบพ่อเอาตัวปกป้องลูกน้อยจนรอดชีวิตใต้ซาก


         ทีมกู้ภัยพบเหตุการณ์อบอุ่นหัวใจ กู้ซากบ้านถล่มจากพายุฝนกระหน่ำ พบคุณพ่อหมดสติในท่ากอดปกป้องลูกน้อยวัย 20 เดือน ใต้ซากปรักหักพัง รอดชีวิตทั้งคู่

          รายงานจากเว็บไซต์ People ของจีน ระบุว่า เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2559 พายุฝนได้กระหน่ำหลายพื้นที่ของจีน รวมถึงเมืองเจ้าตง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑลยูนนาน ความรุนแรงโหมคลั่งของพายุฝนวันนั้นได้ทำให้บ้านหลังหนึ่งถึงกับถล่มลงมาเลยทีเดียว

          หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เร่งให้ความช่วยเหลือครอบครัวซึ่งประกอบด้วยสมาชิก 4 คน นั่นคือ พ่อ แม่ และลูกอีก 2 คน โดยพวกเขาสามารถช่วยผู้เป็นแม่และลูกคนหนึ่งออกมาได้ก่อน จากนั้นจึงเดินหน้าค้นหาพ่อและลูกสาวตัวน้อยวัย 20 เดือน ที่ติดอยู่ใต้ซาก


       หลังจากใช้เวลาค้นหาอยู่นานใต้แสงไฟสปอตไลท์จากรถกู้ภัย ในที่สุดทีมกู้ภัยก็ได้พบร่างของพ่อและลูกสาวที่ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังนั้น ภาพที่พวกเขาได้เห็นทำเอาซึ้งใจไปตาม ๆ กัน เมื่อพบว่าคุณพ่อรายนี้อยู่ในสภาพหมดสติจากภาวะขาดน้ำ ในอ้อมกอดของเขามีลูกสาวตัวน้อยอยู่ เห็นได้ชัดว่าเธอถูกร่างของผู้เป็นพ่อปกป้องจากเศษซากที่ถล่มลงมาจนเธอรอดชีวิต 


          เมื่อทีมกู้ภัยดึงตัวทั้งคู่ออกมาจากใต้ซากปรักหักพังแล้ว เจ้าหน้าที่แพทย์ก็เข้ารับช่วงต่อทันที โชคดีจริง ๆ ที่ทั้งคุณพ่อและลูกสาวต่างไม่ได้รับบาดเจ็บร้ายแรง พวกเขารอดชีวิตมาได้พร้อมกับบทพิสูจน์ความรักของผู้เป็นพ่อ ที่คงจะกลายเป็นเรื่องเล่าตราตรึงในหัวใจลูกสาวไปตลอดกาล



ภาพจาก finance.ifeng.com

http://hilight.kapook.com/view/142641

วันเสาร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2559

เปิดวินาทีซึ้งใจ คุณปู่ได้กลับมาอยู่กับภรรยาอีกครั้ง หลังถูกจับแยกที่บ้านพักคนชรา


เปิดวินาทีซึ้งใจ คุณปู่ได้กลับมาอยู่กับภรรยาอีกครั้ง หลังถูกจับแยกที่บ้านพักคนชรา คิดถึงสุดใจ หลังต้องจากกันนานกว่า 8 เดือน ลูกหลานสุดยินดี

              เป็นเรื่องเศร้าที่ยากจะทำใจ หากวันหนึ่งเรามีอันต้องแยกจากคนรักที่อยู่คู่กันมากว่าครึ่งชีวิต ดังนั้นจึงเกิดเป็นภาพบีบหัวใจลูกหลานอย่างมาก เมื่อได้เห็นคุณปู่และคุณย่าของเธอที่ใช้ชีวิตครอบครัวมานานถึง 62 ปี จำต้องแยกจากกัน เพราะไม่มีบ้านพักคนชราที่ใดสามารถรองรับทั้งคู่ได้


          โดยเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2559 เว็บไซต์เมโทร  รายงานว่า คุณปู่วูล์ฟ กอตสชอล์ก วัย 83 ปี และคุณย่า แอนิตา วัย 81 ปี ได้รู้จักกันตั้งแต่สมัยยังเป็นวัยรุ่น เพราะครอบครัวของทั้งคู่อาศัยอยู่ในอพาร์ทเมนท์ที่เเดียวกันใน Dusseldorf ประเทศเยอรมนี

              อย่างไรก็ตามเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา คุณปู่ซึ่งป่วยเป็นโรคสมองเสื่อมและมะเร็ง ก็จำต้องแยกจากภรรยาแสนรักที่ใช้ชีวิตด้วยกันมาโดยตลอด เพราะไม่มีบ้านพักคนชราที่ใดสามารถรองรับทั้งคู่ได้พร้อมกัน ซึ่งแม้ว่าลูกหลานจะยังคงพาพวกเขามาเยี่ยมเยียนกันบ่อยครั้ง แต่ก็อดสะเทือนใจไม่ได้ที่ต้องทนเห็นภาพของทั้งคู่ที่ต้องทรมานทุกครั้งที่ต้องบอกลากัน


             ก่อนหน้านี้ในช่วงเดือนสิงหาคม แอชลีย์ หลานสาวของทั้งคู่ ยังได้โพสต์ภาพขณะที่คุณปู่และคุณย่าบอกลากันทั้งน้ำตา สะท้อนให้เห็นความโศกเศร้าของทั้งคู่เป็นอย่างมาก

              โดย บิล ลูกชายของทั้งคู่ยังได้บอกด้วยว่า พ่อกับแม่ของเขาต้องการเวลาที่จะได้อยู่ร่วมกัน หากมีคนหนึ่งที่จากโลกนี้ไปโดยที่อีกฝ่ายไม่ได้อยู่เคียงข้าง นั้นคงเป็นเรื่องเศร้าที่ร้ายแรงสำหรับทั้งคู่และครอบครัวของเรา

              แต่แล้วในที่สุดหลังจากความพยายามนานหลายเดือน ลูกหลานของพวกเขาก็สามารถย้ายคุณปู่วูล์ฟกลับมาอาศัยอยู่กับคุณย่าในบ้านพักคนชราแห่งเดียวกันได้เมื่อวันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา พร้อมเผยให้เห็นภาพวินาทีประทับใจ เมื่อทั้งคู่ได้กลับมาพบหน้ากันอีกครั้ง 

               พร้อมกันนี้แอชลีย์ยังเผยด้วยว่า นี่เป็นการกลับมาพบกันอีกครั้งพร้อมกับน้ำตาแห่งความสุของทุกคน คุณปู่และคุณย่าจะได้อยู่ภายใต้หลังคาเดียวกันในช่วงชีวิตที่เหลือจากนี้ ไม่มีอะไรจะน่ายินดีไปยิ่งกว่านี้แล้ว พร้อมกันนี้เธอยังหวังว่าเรื่องนี้จะมีส่วนช่วยให้คู่รักสูงวัยรายอื่นที่ต้องแยกจากกัน สามารถกลับมาอาศัยอยู่ด้วยกันอีกครั้งได้ดังเช่นคุณปู่และคุณย่าของเธอ

ภาพจาก Ashley Kaila B

http://hilight.kapook.com/view/142570

วันอังคารที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2559

แทบหยุดหายใจ หนุ่มท้าตายโดดระเบียงโรงแรมสูง ดิ่งสู่สระว่ายน้ำอย่างแม่น

         คลิปสุดระทึก หนุ่มท้าตายโดดระเบียงดาดฟ้าโรงแรมสูง ดิ่งสู่สระว่ายน้ำเบื้องล่าง หวาดเสียวสุด ๆ ใครห้ามลอกเลียนแบบเชียว เพราะพลาดไปไม่รอดแน่

          เว็บไซต์ไลฟ์ลีค เผยคลิปวิดีโอนี้ให้ชมกันเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2559 แสดงภาพเหตุการณ์ขณะที่หนุ่มชาวอเมริกันรายหนึ่งได้เดินขึ้นไปยังดาดฟ้าของ โรงแรม จากนั้นเขาก็ไม่รอช้าพุ่งตรงไปที่ระเบียงทันที


         จากมุมมองของเขาซึ่งเห็นได้จากการแพนกล้อง จะพบว่าเขายืนอยู่บนดาดฟ้าที่สูงจากพื้นไม่น้อยเลย เบื้องล่างนั้นเป็นสระว่ายน้ำของโรงแรม ซึ่งยังมีพื้นที่บริเวณโดยรอบที่กว้างพอดู นั่นหมายความว่าการกระโดดลงไปเสี่ยงร่างกระแทกกับขอบสระเสียชีวิตได้

          แต่ถึงอย่างนั้นหนุ่มรายนี้กลับเล็งอย่างแม่นเหมาะ เขากระโดดพุ่งตัวออกไปแล้วปล่อยร่างทิ้งลงเบื้องล่าง ดิ่งลงในสระว่ายน้ำได้อย่างพอดิบพอดี ทำเอาใจหวิวลุ้นสุด ๆ เลยทีเดียว


http://hilight.kapook.com/view/142105

วันศุกร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2559

11 ฮีโร่ร่วมแรงช่วย 22 ชีวิตในรถโรงเรียน หลังเสียหลักพลิกคว่ำในอุโมงค์ (ชมคลิป)

       สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ เกิดอุบัติเหตุระทึก รถโรงเรียนอนุบาลพลิกคว่ำในอุโมค์ที่ประเทศเกาหลีใต้ พลเมืองดี 11 รายพากันจอดรถวิ่งเข้าไปช่วยอย่างไว จนครูและนักเรียนทั้งหมด 22 ชีวิตรอดปลอดภัย

        เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2559 แชนแนล XOxu TV บนเว็บไซต์ยูททูบดอทคอม ได้มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอเหตุการณ์อุบัติเหตุไม่คาดคิดภายในอุโมงค์แห่ง หนึ่งในเมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ เกิดเหตุมีรถโรงเรียนอนุบาลคันหนึ่งเสียหลักอันเนื่องจากถนนลื่นจึงทำให้ทรง ตัวไม่อยู่ ก่อนจะพลิกคว่ำอย่างแรง โดยกล้องวิดีโอที่ติดอยู่หน้ารถยนต์คันขับตามหลังมาสามารถบันทึกภาพไว้ได้

        ในขณะนั้นรถยนต์คันที่ขับตามมาก็รีบจอด ก่อนชายที่โดยสารมาในรถจะรีบวิ่งลงไปช่วยในทันที จากนั้นก็มีพลเมืองดีรายอื่น ๆ ที่ขับตามมาเห็นพากันวิ่งลงไปสมทบส่วนเหลืออย่างไว ฮีโร่ทั้งหมด 11 รายช่วยกันทั้งงัดทั้งทุบกระจกรถ จนช่วยทุกคนออกมาด้านนอกรถโรงเรียนได้อย่างปลอดภัย โดยใช้เวลาทั้งหมดไปเพียงไม่ถึง 5 นาที

        รายงานระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2559 โดยในรถโรงเรียนคันนี้มีผู้โดยสารนั่งมาทั้งหมด 22 ชีวิต เป็นนักเรียนอนุบาลจำนวน 21 ราย และครูอีก 1 ราย ทั้งหมดปลอดภัยและไม่มีรายงานได้รับบาดเจ็บ

        ทั้งนี้ ทางสำนักงานตำรวจเมืองปูซาน ได้เตรียมออกจดหมายชื่นชมพลเมืองแบบอย่างทั้ง 11 รายนี้แล้ว



http://hilight.kapook.com/view/141961


วันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2559

คลิปช็อก ป้าอินเดียโยนหลานชาย 18 วัน จากตึกชั้น 3 สุดอิจฉา ตัวเองมีแต่ลูกสาว

        รวบป้าอินเดีย สุดอิจฉาน้องสะใภ้ให้กำเนิดลูกชาย จับหลานชายวัย 18 วัน โยนลงจากตึกชั้น 3 บอกแค่ทำตามเสียงสั่ง

          วันที่ 7 กันยายน 2559 เว็บไซต์อินดิเพนเดนท์ เผยรายงานชวนช็อกซึ่งเกิดขึ้นที่รัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย เมื่อป้ารายหนึ่งได้จับหลานชายวัย 18 วันโยนลงมาจากระเบียงตึกชั้นที่ 3 เหตุอิจฉาน้องสะใภ้ที่ให้กำเนิดลูกชาย ในขณะที่ตัวเองมีแต่ลูกสาว

          โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเผยว่า การกระทำทุกอย่างของ นางสาริตา เทวี ป้าใจร้ายผู้นี้ ถูกกล้องวงจรปิดของโรงพยาบาลบันทึกภาพไว้ได้ทั้งหมด เผยให้เห็นว่าเธออุ้มหลานชายเดินไปที่ระเบียง แต่ไม่นานก็เดินกลับออกมาโดยที่ไม่ได้นำเด็กออกมาด้วย


         ทั้งนี้เจ้าตัวรับสารภาพกับตำรวจว่า ตัวเธอนั้นมีลูกสาวแล้ว 3 คน แต่ก็ยังรู้สึกขมขื่นที่ไม่สามารถให้กำเนิดลูกชายได้ เมื่อคิดเช่นนี้แล้วเธอก็โยนเด็กออกไปนอกระเบียง โดยที่ตัวเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องทำเช่นนั้น เธอเพียงทำตามเสียงที่สั่งให้เธอทำเท่านั้น

          ขณะที่ลุงของเด็กเผยว่า เขาได้ปลุกน้องสะใภ้มาให้นมลูกตอนเวลาประมาณ 03.30 น. จากนั้นพวกเขาก็หลับไป และตื่นขึ้นมาอีกทีตอน 05.30 น. ก็ไม่เห็นเด็กแล้ว

          อย่างไรก็ตาม นับเป็นเคราะห์ดีอย่างถึงที่สุดที่เด็กน้อยรอดชีวิตมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ หลังจากร่วงลงไปบนตาข่ายกันลิง ซึ่งเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลที่มาพบเผยว่า เด็กน้อยถูกห้อยอยู่บนตาข่าย โดยที่เสื้อผ้าของเขาเกี่ยวอยู่กับเหล็กที่ยื่นออกมา โชคดีที่เขาไม่ร่วงลงไปไม่เช่นนั้นต้องเป็นเรื่องเศร้าอย่างมาก



http://hilight.kapook.com/view/141928

วันศุกร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2559

ยังอยู่ในใจ...สวนสัตว์ต้อนรับลูกกอริลลาตัวใหม่ ทุกคนพร้อมใจมอบชื่อ "ฮารัมเบ"


         สวนสัตว์ฟิลาเดลเฟีย สหรัฐฯ ขอไอเดียตั้งชื่อลูกกอริลลาตัวใหม่ ทุกคนพร้อมใจกันตั้งชื่อให้เหมือนกันว่า ฮารัมเบ กอริลลาที่ทั่วโลกเวทนา ถูกยิงทิ้งเพื่อช่วยเด็ก

         เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2559 เว็บไซต์มิเรอร์ เปิดเผยข่าวดีว่า สวนสัตว์ฟิลาเดลเฟีย ในรัฐเพนซิลเวเนีย สหรัฐอเมริกา ได้ต้อนรับลูกกอริลลาตัวใหม่ของสวนสัตว์ โดยได้เผยภาพอันน่ารักของลูกกอริลลาตัวน้อยที่มีสุขภาพแข็งแรงอยู่ในอ้อมอก อันอบอุ่นของแม่ หลังจากออกมาลืมตาดูโลกเมื่อวันศุกร์ที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยแม่ของมันชื่อว่าเจ้าโฮนิ อายุ 21 ปี ส่วนพ่อคือ เจ้าโมตูบา อายุ 31 ปี


       ทางสวนสัตว์มีความตื่นเต้นและดีใจกับสมาชิกใหม่ตัวนี้เป็นอย่างมาก คอยดูแลเจ้าตัวน้อยเป็นอย่างดี และในโอกาสพิเศษเช่นนี้ ทางสวนสัตว์ก็ได้เปิดโอกาสให้ทุก ๆ คนได้มีส่วนร่วมในการต้อนรับเจ้ากอริลลาน้อยตัวนี้ ด้วยการให้ช่วยกันตั้งชื่อน่ารัก ๆ ให้กับมัน

         แม้จะไม่มีรางวัลมอบให้ แต่ทุกคนก็พร้อมใจกันร่วมส่งคำตอบ (บางส่วนก็ขอร้อง) ไปยังทางสวนสัตว์ ให้ตั้งชื่อเจ้าลูกกอริลลาตัวนี้ว่า ฮารัมเบ (Harambe) ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับกอริลลาน่าสงสารที่ถูกเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ซินซินนาติ ในรัฐโอไฮโอ จำใจยิงจนตาย เพื่อช่วยชีวิตเด็กที่พลัดตกลงไปในกรงของเจ้าฮารัมเบ เมื่อช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

ฮารัมเบ

         ทั้งนี้ การตายสุดสลดของเจ้าฮารัมเบก่อให้เสียงวิพากษ์วิจารณ์ เกิดการประณามไปทั่วโลก จนถึงขั้นมีการเรียกร้องให้เอาผิดกับทางผู้ปกครองที่ไม่ดูแลลูกจนตกลงไปใน กรงกอริลลา ทุกคนจึงมีความหวังอยากให้ชื่อของเจ้าฮารัมเบคงอยู่ต่อไป แม้ตัวมันจะลาโลกนี้ไปแล้ว 


         อย่างไรก็ดี ล่าสุดทางทวิตเตอร์ของสวนสัตว์ได้ออกมาขอบคุณทุกคำตอบ และจะทำการเลือกชื่อให้กับเจ้ากอริลลาน้อย ก่อนจะแจ้งให้ทราบต่อไป









http://hilight.kapook.com/view/141657

วันอังคารที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2559

สตรองมาก ชายถูกมีดปักคาหลัง แต่พี่นั่งนิ่งไม่สะทกสะท้านเลย

           ชายบาดเจ็บสภาพมีดปักเด่คากลางหลัง นั่งนิ่งไม่สะทกสะท้าน ปล่อยแพทย์-พยาบาลวุ่นรักษา ทำตัวอย่างกับไม่ใช่คนเจ็บงั้นแหละ

           วันที่ 23 สิงหาคม 2559 เว็บไซต์เดลี่เมล เผยคลิปเสียวไส้ เห็นแล้วใจคอไม่ดี กับสภาพคนเจ็บที่เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองบาร์รันควิ ลลา ประเทศโคลอมเบีย อาเฮียวัยกลางคนมีมีดปักโด่เด่คาอยู่กลางหลัง ปลายมีดทิ่มเข้าไปในตัวสักครึ่งเล่มเห็นจะได้ จากสภาพคิดว่าน่าจะต้องเจ็บปวดไม่น้อย แต่แกกลับนั่งอย่างสงบ ดูใจเย็น และชิลได้อย่างคาดไม่ถึง  ในขณะที่แพทย์-พยาบาลต่างกุลีกุจอตัดเสื้อเพื่อทำการรักษา ส่วนโดยรอบก็มีเจ้าหน้าที่รายอื่น ๆ ยืนดูอยู่อย่างตกตะลึง


           ทั้งนี้ ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าชายผู้นี้ประสบเหุตอะไรมา และอาการในขณะนี้เป็นอย่างไรบ้าง แถมไม่รู้ด้วยว่าที่เห็นนั่งนิ่งสงบเยือกเย็นได้ขนาดนี้ เพราะพี่แกไม่ยี่หระกับความเจ็บปวด หรือว่าเจ็บช็อกจนพูดไม่ออกกันแน่นะ ^^"


ภาพจาก LinkLong สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม
http://hilight.kapook.com/view/141232

วันอังคารที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2559

รักออนไลน์ทำเก้อ ชายดัตช์บินพบสาวจีน ปักหลักรอที่สนามบิน 10 วันยังไม่พบ


      ชายชาวดัตช์ทุ่มสุดตัว บินพบสาวจีนที่คบหากันบนโลกออนไลน์ แต่แล้วเมื่อมาถึงกลับไร้ร่องรอยหญิงสาว ตัดสินใจปักหลักเฝ้ารอเธอที่สนามบินกว่า 10 วัน จนเหนื่อยล้า

        เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2559 เว็บไซต์เซี่ยงไฮ้อิสต์ รายงาน ว่า อเล็กซานเดอร์ ปีเตอร์ เคิร์ก ชายวัย 41 ปี จากฮอลแลนด์ ได้รู้จักสาวแซ่จาง สาวจีนวัย 26 ปี ผ่านทางโซเชียลเน็ตเวิร์ก ทั้งคู่พูดคุยกันอย่างถูกคอและถูกใจ กระทั่งเวลาผ่านไป 2 เดือน เคิร์กก็ไม่อาจทนได้ เขาตัดสินใจซื้อตั๋วเครื่องบินเดินทางมายังประเทศจีน เพื่อพบตัวจริงเสียงจริงของสาวที่เขาหลงรัก   

 
        เคิร์กวางแผนเดินทางมาเซอร์ไพรส์จางอย่างเงียบ ๆ และถ่ายรูปวีซ่าจีน รวมถึงตั๋วเครื่องบิน ส่งให้เธอดูก็เมื่อตอนที่เขากำลังจะเดินทางมาหาเธอ โดยหวังว่าเมื่อเดินทางมาถึงที่สนามบินฉางชา ฮวงหัว เขาจะได้พบกับเธอที่นั่น แต่แล้วทุกอย่างก็ไม่เป็นตามที่เขาคิดเอาไว้เลย


      หลังจากที่เครื่องบินแตะพื้น และเคิร์กได้มานั่งรอจางอยู่ภายในอาคารผู้โดยสาร เขาก็ต้องผิดหวังเมื่อพบว่าหญิงสาวที่เขารักไม่ได้มาพบเขาที่สนามบินเลย นั่งรอทั้งวันก็ไม่มีวี่แวว แต่เคิร์กก็ตัดสินใจรอต่อไปด้วยความหวังอันริบหรี่และความรักที่มีให้เธอ อย่างเปี่ยมล้น เขาปักหลักนอนอยู่ภายในสนามบินรอจางวันแล้ววันเล่า

        แต่แล้วเมื่อเวลาผ่านไปนานกว่า 10 วัน ก็ยังไร้เงาของจางที่สนามบิน ขณะเดียวกันการรออย่างอดทนก็ทำให้เคิร์กเหนื่อยอ่อน เขาถูกเจ้าหน้าที่นำตัวส่งโรงพยาบาล และก็ได้เปิดเผยถึงเหตุผลเบื้องหลังความเหนื่อยล้าและการต้องปักหลักอยู่ภายในสนามบินหลายวันอย่างนั้น


         จากนั้นเรื่องราวการรอคอยของเคิร์กก็ได้รับการเผยแพร่ผ่านสื่อมวลชนจีน จนในที่สุดเรื่องก็ไปถึงหูของจางเข้า เธอจึงติดต่อไปยังสถานีโทรทัศน์หนึ่งในมณฑลหูหนาน พร้อมเล่าว่า ก่อนที่เคิร์กจะเดินทางมาที่จีน เขาได้ถ่ายรูปรายละเอียดบนตั๋วเครื่องบินมาให้เธอแล้ว แต่เธอไม่เข้าใจว่านั่นคืออะไร และการมาเยือนของเคิร์กทำให้เธอค่อนข้างช็อก เพราะก่อนหน้านี้เคยคุยกันว่าจะรอ 1 ปีก่อนค่อยพบกัน นอกจากนี้เธอยังบอกอีกว่าหลังจากที่รู้ความหมายของรายละเอียดที่เคิร์กส่งมาให้ เธอก็ไม่สามารถไปที่สนามบินได้ เพราะอยู่ระหว่างการพักฟื้นจากการศัลยกรรมในเมืองเจิ้งโจว มณฑลเหอหนาน


          อย่างไรก็ตามจางยืนยันว่าเธอจะยังคงสานสัมพันธ์กับเคิร์กต่อ และหวังว่าจะได้กลับมาคุยกันอีกครั้ง แต่ทางด้านเคิร์กนั้น หลังจากเขารับการรักษาอาการเหนื่อยล้าแล้ว ก็หอบหัวใจที่สิ้นหวังกลับบ้านที่ฮอลแลนด์ และจนบัดนี้ทั้งคู่ก็ยังไม่ได้พบกันเลย

ภาพจาก shanghaiist.com

http://hilight.kapook.com/view/140249

วันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ช็อก ตำรวจหญิงเสียชีวิตหลังติดเชื้อวัณโรคเพราะโดนคนร้ายถ่มน้ำลายใส่หน้า


         ช็อกเกินคาดคิด ตำรวจหญิงชาวยูเครนติดเชื้อวัณโรคหลังถูกผู้ต้องหาถ่มน้ำลายใส่หน้าขณะทำ การจับกุม ทำปอดติดเชื้อ ต้องรักษาเคมีบำบัด ทว่าสู้โรคไม่ไหว เสียชีวิตในที่สุด

          นับเป็นเรื่องน่าเศร้าใจอย่างมากกับการต้องสูญเสียเจ้าหน้าตำรวจหญิงมากความ สามารถรายหนึ่งไปก่อนวัยอันควร อันเนื่องมาจากความโชคร้ายที่เธอถูกผู้ต้องหาถ่มน้ำลายใส่ขณะปฏิบัติหน้าที่ พิทักษ์สันติราษฎร์ โดยเว็บไซต์เดลี่เมล ได้หยิบเรื่องราวนี้นำมาเสนอเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2559


         ย้อนกลับไปช่วงเทศกาลวันปีใหม่ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา อารีน่า โคลท์โซวา เจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงชาวยูเครน ประจำเมืองเคียฟ วัย 35 ปี ได้เข้าจับกุมผู้ต้องหารายหนึ่งซึ่งไม่ได้ระบุว่าเป็นหญิงหรือชาย แต่แล้วในระหว่างปฏิบัติหน้าที่นั้น เธอถูกผู้ต้องหารายนี้ถ่มน้ำลายรดเข้าที่ใบหน้า โดยไม่ได้คาดคิดว่าจะเป็นพาหะนำเชื้อวัณโรคมาสู่เธอ

          ด้วยความไม่เอะใจอะไร ตำรวจหญิงรายนี้จึงไม่ได้เข้ารับการป้องกันรักษา จนกระทั่งวันหนึ่งเชื้อลุกลามจนทำให้เธอหมดสติล้มลงในที่ทำงาน เมื่อถูกนำตัวส่งแพทย์เพื่อตรวจอาการ ก็พบว่าเธอมีภาวะปอดติดเชื้อจากวัณโรค จำเป็นต้องทำการรักษาด้วยเคมีบำบัด ระหว่างพักรักษาตัว เจ้าหน้าที่มีฮาอิล คินดราเควิช เพื่อนตำรวจหญิงรายหนึ่ง เผยว่า การทำเคมีบำบัดรักษาทำให้อารีน่าต้องโกนหัว เวลาให้อาหารก็ต้องให้ผ่านทางสายยางเข้าหลอดเลือด สภาพของเธอซูบผอมแทบจำไม่ได้ และกลายเป็นโรคขาดสารอาหารอย่างรุนแรง จนในที่สุดเธอก็สิ้นลมหายใจจากไป


              "การจากไปอย่างไม่มีวันกลับของอารีน่านับเป็นการสูญเสียที่ไม่มีอะไรสามารถทดแทนได้ แต่ความทรงจำของเธอจะอยู่ในหัวใจของพวกเราตลอดไป" กรมตำรวจเมืองเคียฟกล่าวอาลัยผ่านทางสื่อโซเชียล







ภาพจาก imgur.com, เฟซบุ๊ก Арина Кольцова

http://hilight.kapook.com/view/140240

วันพุธที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

จวกยับ ! คู่รักปิดถนนนำเฮลิคอปเตอร์มารับเจ้าสาว ทำรถติดเป็นชั่วโมง


         จวกยับ คู่รักปิดถนนในเซี่ยงไฮ้ นำเฮลิคอปเตอร์รับเจ้าสาวไปงานแต่ง ทำการจราจรติดขัดนับชั่วโมง

          ในขณะที่คู่รักหลายคนคาดฝันถึงพิธีแต่งงานสุดอลังการ ต้องการสร้างความประทับใจอย่างถึงที่สุดในพิธีสำคัญของกันและกัน แต่บางครั้งดูเหมือนว่าพวกเขาจะลืมนึกถึงผลกระทบที่ตามมาอยู่บ้าง เช่นเดียวกับคู่แต่งงานใหม่ซึ่งกำลังตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังจากที่ทั้งคู่ทำให้เกิดการจราจรติดขัดกลางกรุงเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน นานนับชั่วโมง


               โดยเว็บไซต์พีเพิล รายงานว่า พิธีแต่งงานซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2559 เจ้าบ่าวรายหนึ่งได้ตัดสินใจจ้างเฮลิคอปเตอร์มารับเจ้าสาวของเขาบนถนนหนาน หยวน เพื่อสื่อถึงความรักและโชคชะตาที่ฟากฟ้าส่งมาพบกัน ท่ามกลางกลุ่มเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย พร้อมปูพรมแดงบนถนนที่ปิดการจราจรชั่วขณะ


               จากนั้นเจ้าสาวในชุดแต่งงานแสนสวยก็ได้ก้าวขึ้นเฮลิปคอปเตอร์ เดินทางไปสถานที่จัดงานแต่งงานพร้อมกับเจ้าบ่าวด้วยรอยยิ้ม ทิ้งสภาพการจราจรติดขัดที่เกิดขึ้นจากการปิดถนนไว้เบื้องหลัง มุ่งหน้าสู่ชีวิตคู่หวานชื่นด้วยกัน


                 ไม่ต้องแปลกใจเลยว่าคนที่เดือดร้อนจากการต้องทนอยู่บนถนนนานนับชั่วโมงจะหัวเสียขนาดไหน กระทั่งเรื่องนี้ได้กลายมาเป็นหัวข้อที่ถูกส่งต่อและเรียกเสียงวิจารณ์ทั่วสังคมออนไลน์ของจีน






ภาพจาก xjphoto.net

http://wedding.kapook.com/-153339.html

วันอังคารที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ตระการตา อุทยานหิ่งห้อยหมื่นตัวที่จีน สวยงดงามสะกดใจราวป่าในฝัน


         พาชมอุทยานหิ่งห้อยแห่ง แรกในประเทศของจีน เลี้ยงแมลงส่องแสงกว่า 10,000 ตัว เปล่งประกายระยิบระยับสีทองตัดกับสีเขียวชอุ่มของใบไม้ใบหญ้า สวยงามสะกดทุกสายตา

          หิ่งห้อย แมลงที่หาดูหาชมได้ยากขึ้นทุกวัน ๆ ในสังคมเมือง กว่าจะได้เห็นหิ่งห้อยสักตัวเราต้องถ่อไปถึงชนบทกลางป่ากลางเขา เพราะหิ่งห้อยมักจะอาศัยอยู่ในป่าที่อุดมสมบูรณ์และมีแหล่งน้ำสะอาด แต่การชมหิ่งห้อยสำหรับชาวจีนอาจไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะทางการมณฑลหูเป่ย์ ได้เปิดตัวอุทยานสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ ที่มีไฮไลท์เป็นหิ่งห้อยนับ 10,000 ตัว


          อุทยานแห่งนี้มีชื่อว่า East Lake Peony Garden ตั้งอยู่ในนครอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ประเทศจีน รวบรวมหิ่งห้อยเอาไว้ภายในสวนกว่า 10,000 ตัว ภายในสวนที่แบ่งเขตต่าง ๆ เอาไว้ 5 เขต ทำให้สวนแห่งนี้เต็มไปด้วยแสงสีทองที่ระยิบระยับตลอดเวลากลางคืน มองไปทางไหนก็เห็นดวงไฟน้อย ๆ ล่องลอยส่งแสงกะพริบวิบวับอยู่ทั่ว ราวกับเป็นภาพในฝันไม่มีผิด


        หิ่งห้อยจำนวนกว่า 10,000 ตัวนี้ ถูกพามาจากเมืองหนิงตู มณฑลเจียงซี ซึ่งทางการระบุราคาค่าตัวของพวกมันว่า ตกอยู่ที่ตัวละ 10 หยวน หรือราว ๆ 52 บาท เลยทีเดียว นอกจากจะเลี้ยงดูพวกมันอย่างดีแล้ว ทางอุทยานก็ยังมีการเพาะพันธุ์หิ่งห้อยด้วยตัวเองอีกด้วย


          ทั้งนี้ อุทยานดังกล่าวจะเปิดให้ประชาชนเข้าเยี่ยมชมตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคมของทุกปี และจะปิดให้บริการในช่วงเดือนตุลาคมเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติภายในอุทยาน ก่อนจะเตรียมตัวให้บริการในปีถัดไป









ภาพจาก East Lake Peony Garden / Li Hui / Hubei
ขอบคุณข้อมูลจาก dailymail

http://travel.kapook.com/view150863.html