แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวน่าประทับใจ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวน่าประทับใจ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2560

ชีวิตจริงก็มีนะเออ... บ้านฮอบบิทหลังน้อย น่าอยู่สุดๆ

เคยเห็นกันแต่ในหนัง มาวันนี้เราเจอ บ้านฮอบบิท ในชีวิตจริงแล้วนะเออ พูดไปใครเขาจะเชื่อ ว่าบนโลกนี้จะมี บ้านฮอบบิทหลังน้อย ที่สามารถอยู่ได้จริง ๆ ลองมาดูภาพเหล่านี้ได้เลย กระท่อมหลังน้อยที่มีความสูงเพียง 50 เซนติเมตร ซึ่งถูกสร้างขึ้นระหว่างต้นไม้ 2 ต้น พร้อมเครื่องอำนวยความสะดวกมากมาย น่าอยู่สุดๆ

เครดิตจาก : http://offbeathome.com/dan-price-hobbit-hole/

เครดิตจาก : http://offbeathome.com/dan-price-hobbit-hole/

เครดิตจาก : http://offbeathome.com/dan-price-hobbit-hole/

เครดิตจาก : http://offbeathome.com/dan-price-hobbit-hole/

เครดิตจาก : http://offbeathome.com/dan-price-hobbit-hole/

เครดิตจาก : http://offbeathome.com/dan-price-hobbit-hole/

เครดิตจาก : http://offbeathome.com/dan-price-hobbit-hole/

เครดิตจาก : http://offbeathome.com/dan-price-hobbit-hole/

เครดิตจาก : http://offbeathome.com/dan-price-hobbit-hole/


ภาพจาก : http://offbeathome.com
โพสต์โดย mymint60 เมื่อ 26 ม.ค. 60 13:55:10
เครดิตจาก : http://offbeathome.com/dan-price-hobbit-hole/

http://world.kapook.com/pin/58899d4e4d265a6e268b4567

วันศุกร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2560

อบอุ่นเชียว แก๊งพี่ ๆ มาต้อนรับสมาชิกใหม่กันพร้อมหน้า ว่าแต่ว่า ไว้ใจได้ใช่มั้ยเนี่ย ?


           เมื่อพ่อ-แม่พาหนูน้อยสมาชิกใหม่ของครอบครัวมาถึงบ้าน แก๊งเหมียว-ตูบ ก็มาต้อนรับกันอย่างอบอุ่นพร้อมหน้าพร้อมตา ว่าแต่ว่า พวกพี่ ๆ ไว้ใจได้ใช่ไหมเนี่ย :P

           เมื่อมีสมาชิกในครอบครัวเพิ่มมาใหม่ นอกจากคุณพ่อและคุณแม่แล้ว ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่ทุก ๆ คนในครอบครัวต่างก็ต้องมาร่วมต้อนรับกันด้วยความปลื้มปีติยินดี สำหรับครอบครัวนี้ก็เช่นกัน เมื่อมีหนูน้อยทารกให้กำเนิดออกมา ก็ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากสมาชิกในครอบครัว รวมไปถึงบรรดาแก๊งสัตว์เลี้ยงของครอบครัวด้วยเช่นกัน ทั้งเจ้าเหมียวและเจ้าตูบตัวเล็ก-ตัวใหญ่ ต่างพากันมาต้อนรับกันพร้อมหน้าพร้อมตาเชียวล่ะ 


           โดยเว็บไซต์ lifebuzz ได้นำภาพของครอบครัวเคซีย์ บ็อกส์ และสามี มาให้ได้ชมกัน โดยหลังจากเธอนำเจ้าหนูซันนี่ ลูกชายตัวน้อยที่เพิ่งคลอดกลับมาจากโรงพยาบาล บรรดาแก๊งพี่ ๆ ที่นำโดยเจ้าเหมียวส้มและเจ้าตูบอีก 4 ตัว ก็พากันมาต้อนรับอย่างอบอุ่น

           เคซีย์ เผยว่า เมื่อเธอนำซันนี่กลับมาที่บ้าน เธอก็รู้สึกเหมือนว่าเจ้าพวกนี้กำลังตั้งหน้าตั้งตารอเขาอยู่ และเมื่อพวกมันได้เห็นเขา มันก็แสดงความเคารพและความรักให้ในฐานะเจ้านายตัวน้อยของพวกมัน ถึงแม้ท่าทางของมันจะดูแปลก ๆ ไปหน่อยก็ตามที
            สำหรับแมวและสุนัขสัตว์เลี้ยงทั้ง 5 ตัวนี้ เคซีย์ ได้ช่วยเหลือรับมาเลี้ยงไว้จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว ก่อนที่เธอจะตั้งท้องเจ้าหนูน้อยซันนี่ ซึ่งพวกมันทั้งหมดนี้สนิทสนมซี้ปึ๊กกันสุด ๆ มักจะมานอนเล่นรวมอยู่ด้วยกันเป็นประจำ เมื่อมีน้องใหม่มาแล้ว ต่างก็พากันทำหน้าที่พี่ ๆ ดูแลน้องกันใหญ่

เจ้าเมีย เหมียวส้ม จะคอยมานอนอยู่ข้าง ๆ หนูน้อยซันนี่ ช่วยดูแลความปลอดภัยให้ ไม่ปล่อยให้คลาดสายตาเลย


เจ้าตูบโรซี่ สีน้ำตาล สุนัขตัวแรกที่ครอบครัวเคซีย์รับมาเลี้ยง หรือจะเลี้ยงว่าเป็นพี่คนโตก็ว่าได้ มันจะชอบมานอนอิงแอบกับหนูน้อยซันนี่น้องเล็กสุดท้อง


ส่วนนี่คือ อีดิธ และโรซี่ มาคอยเป็นพี่เลี้ยง คอยเฝ้าไม่ให้เจ้าหนูซันนี่ร้องงอแง หน้าที่แค่นี้สบายมาก


และตัวสุดท้าย เจ้าเจค เป็นสัตว์เลี้ยวเพศผู้ตัวเดียวของแก๊ง และมันก็ทำหน้าที่เป็นพี่ชายให้กับเจ้าหนูซันนี่ น้องชายตัวน้อยได้อย่างอบอุ่นและอ่อนโยน








ภาพจาก Instagram 88kncorbett

http://hilight.kapook.com/view/148101

วันพฤหัสบดีที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2560

พบกับ เจ้าตูบพิการที่มากับขาเทียมทั้ง 4 แม้จะเป็นแบบนี้แต่ผมก็ยังร่าเริงสุด ๆ


พบกับ เจ้านากิโอ ตูบตัวแรกของโลกที่ใช้ขาเทียมทั้ง 4 ข้าง หลังถูกตัดอุ้งเท้าตอนเด็ก กับชีวิตแสนสดใส หลังได้อยู่กับเจ้านายแสนรัก 

วันที่ 18 มกราคม 2560 เว็บไซต์เดอะโดโด้ ได้เปิดเผยเรื่องราวของ นากิโอ สุนัขแสนร่าเริงที่อาศัยอยู่กับเจ้านายแสนรักในบ้านที่รัฐโคโลราโด สหรัฐฯ อย่างไรก็ตามหลายคนจะต้องประหลาดใจเมื่อได้ทราบว่าแท้จริงแล้วสุนัขตัวนี้มีความพิการที่ขาทั้ง 4 หลังถูกตัดอุ้งเท้าไปตั้งแต่ยังเล็ก และมันก็กลายมาเป็นสุนัขตัวแรกของโลกที่ใช้ขาเทียมทั้ง 4 ข้าง

สำหรับจุดเริ่มต้นทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน นากิโอและพี่น้องของมันที่ยังเป็นเพียงลูกสุนัข ถูกทิ้งไว้ภายในบ้านร้างท่ามกลางฤดูหนาว แม่ของมันตายไปแล้วตอนที่กู้ภัยไปพบ ซึ่งแม้ว่าลูกสุนัขแต่ละตัวจะอยู่ในสภาพขาดสารอาหารและเป็นโรคเรื้อน แต่พวกมันต่างก็แข็งแรงดี เว้นเพียง นากิโอ ซึ่งถูกพบอยู่ในสภาพนอนแข็งในบ่อน้ำ 

เจ้าหน้าที่พบว่านากิโอต้องทรมานจากโรคที่เกิดจากความเย็น พวกเขาจำต้องตัดอุ้งเท้าของมันทั้ง 4 ข้างเพื่อช่วยชีวิต รวมทั้งยังต้องตัดหางและจมูกไปครึ่งหนึ่ง รวมถึงใบหูขวาอีกเล็กน้อย แต่แม้ว่าจะเผชิญกับสภาพเช่นนี้ เจ้านากิโอก็ยังมีความร่าเริงอย่างน่าอัศจรรย์ และมีความน่ารักที่ทำให้ คริสตี้ เพซ สัตวแพทย์ที่กำลังมองหาสัตว์เลี้ยง หลงรักมันเข้าเต็มเปา

คริสตี้ เผยว่า เธอกำลังคิดที่จะรับสัตว์มาเลี้ยง แม้เธอจะคุ้นเคยกับสัตว์ที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษเล็กน้อย แต่จริง ๆ เธอไม่ได้ตั้งใจจะรับสัตว์ที่พิการมาเลี้ยง แต่ทันทีที่ได้เห็นภาพของเจ้านากิโอในเว็บ PetFinder และได้อ่านเรื่องราวของมัน ก็รู้สึกตกหลุมรัก และติดต่อทางองค์กรเพื่อเข้าไปเยี่ยมเจ้านากิโอะในทันที ซึ่งทันทีที่ได้พบตัวจริง เธอก็รู้สึกได้ถึงความอัศจรรย์ของสุนัขที่ร่าเริงสุด ๆ ตัวนี้ แล้วตัดสินใจพามันกลับมาที่บ้านในวันนั้น

"มันเป็นเจ้าตัวเล็กที่มีความสุขที่สุดเท่าที่เราเคยพบ ในตอนแรกคุณไม่รับรู้ถึงความพิการของมันเลย เพราะมันร่าเริง มีความสุข แถมยังเข้ามาจุ๊บฉันด้วย นี่แหละคือความรัก" คริสตี้ กล่าว

หลังจากเข้ามาอยู่ในครอบครัวใหม่ พวกเขาก็พบว่าแม้มันจะไร้อุ้งเท้าทั้ง 4 แต่ก็ยังสามารถเคลื่อนไหวไปไหนมาไหนด้วยตัวเองอย่างง่าย ๆ จนกระทั่งเมื่อมันโตขึ้นและน้ำหนักมากขึ้น มันก็เริ่มขยับได้ลำบาก เธอจึงมั่นใจว่ามันต้องการความช่วยเหลือพิเศษจากเรา ในตอนนั้นเองที่เธอได้รู้จักกับบริษัท OrthoPets ผู้ผลิตอวัยวะเทียมสำหรับสัตว์ เธอจึงได้นัดหมายให้พวกเขาเข้ามาช่วยทำขาเทียมแก่นากิโอ
อย่างไรก็ตามในตอนนั้นเธอสามารถหาเงินมาพอจ่ายขาเทียมเพียงข้างเดียวเท่านั้น ก่อนจะได้รู้ว่าสุนัขของเธอต้องได้รับขาเทียมทั้ง 4 ข้าง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด แต่ในขณะที่เธอเป็นกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ทาง OrthoPets ก็ตัดสินใจบริจาคขาเทียมอีก 3 ข้างที่เหลือให้ 

ไม่กี่เดือนต่อมา เจ้านากิโอก็ได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่เป็นครั้งแรกในชีวิต มันสามารถเดินด้วยขาเทียมทั้ง 4 ข้าง แม้จะมีสภาพคล้ายลูกกวางเพิ่งหัดเดือน แต่มันสามารถไปไหนก็ได้เท่าที่ต้องการ มันดูมีความสุขอย่างมาก และเริ่มลองใช้ขาใหม่ที่ได้ในทันที กระทั่งขาเทียมด้านหน้าหักเพราะมันวิ่งเร็วเกิน
หลังจากเวลาผ่านไปหลายปี ในที่สุดมันก็ได้รับการดูแลจนมีขาเทียมที่พอดีกับความต้องการ และสามารถใช้ไปได้ตลอดชีวิตที่เหลือแล้ว ซึ่งคริสตี้ก็ยังได้แชร์ภาพแห่งความสุขของเจ้าตูบผู้ร่าเริงตัวนี้ให้คนได้ติดตามกันในโซเชียล จนนากิโอกลายมาเป็นอีกหนึ่งขวัญใจของชาวเน็ต

"มันเป็นสุนัขที่มีความสุขที่สุดเท่าที่เราเคยเห็น และมันก็ไม่ปล่อยให้ความพิการมาหยุดยั้งตัวเอง หากมันต้องการสิ่งใดมันก็จะมองหาทางจนได้ มันยังมักจะยิ้มแย้ม และเล่นกับฉันรวมถึงคนอื่น ๆ อีกด้วย" คริสตี้ กล่าวถึงเจ้าตูบของเธอ

ภาพจาก Instagram nakiothebionicdog

http://pet.kapook.com/view164679.html

วันอังคารที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2559

แม่ฟื้นขึ้นจาก “ความตาย” หลังพยาบาลนำลูกเพิ่งคลอดมาวางไว้แนบอก

Facebook/Karen Fos

เรื่องราวมหัศจรรย์นี้เกิดขึ้นกับคุณแม่เชลลี่ คอเล่ (Shelly Corley) วัย 23 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ที่นอร์ท แคโรไลน่า สหรัฐอเมริกา โดยขณะที่เชลลี่กำลังคลอดลูกน้อย ไรแล่น” (Rylan) ออกมาแข็งแรงสุขภาพดี แต่ตัวเองกลับตกอยู่ในอาการโคม่าเพราะลิ่มเลือดอุดตันที่หลอดเลือดแดงสำคัญ หมอได้ทำการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ แต่สุดท้ายก็ไม่อาจยื้อชีวิตเธอไว้ได้ เมื่อชีพจรเธอแผ่วเบาลงเรื่อยๆ เจเรอมี่ (Jeremy) สามีของเชลลี่ยังไม่อยากจะเชื่อว่าวินาทีที่ดีใจที่สุดที่ได้พบกับลูกสาว แต่ไม่กี่อึดใจภรรยากลับกำลังจะจากไป


แต่แล้วพยาบาลที่ดูแลเชลลี่ได้แนะนำว่าให้นำ ไรแล่นลูกสาวที่เพิ่งคลอดมาวางที่ตัวของเชลลี่ดู เพราะสัมผัสรัก และสายใยระหว่างแม่ลูกอาจจะสร้างสิ่งมหัศจรรย์ได้ เธอนำไรแล่นมาวางไว้บนอกของเชลลี่ หลังจากนำลูกสาวมาวางไว้บนตัวแม่ เจ้าตัวน้อยก็หลับไปอย่างง่ายดาย ส่วนทางด้านสามีได้แต่ภาวนาว่าเชลลี่คงยังวนเวียนอยู่ไม่ไกล และสัญชาตญาณความเป็นแม่จะช่วยปลุกเธอให้ฟื้นคืนได้ ผ่านไปกว่าสิบนาทีลูกน้อยก็ร้องดังขึ้น พร้อมๆ กับชีพจรที่หน้าจอมอนิเตอร์ของเชลลี่ก็ทำงานขึ้นอีกครั้ง

Facebook/Karen Foster

ไม่น่าเชื่อว่าปาฏิหาริย์จะเกิดขึ้นจริงๆหลังจากพักฟื้นอยู่ราวสัปดาห์ เชลลี่ก็กลับมาแข็งแรงปกติออกจากโรงพยาบาลได้ และสามารถดูแลลูกสาวมาจนถึงวันนี้

การฟื้นขึ้นของเชลลี่อาจจะไม่ใช่ปาฏิหาริย์ แต่อาจจะเป็นการดูแลรักษาขากคุณหมอและเจ้าหน้าที่ที่ดูเชลลี่จนฟื้นขึ้นได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็เป็นความพิเศษของครอบครัวเธอ และจะเป็นสิ่งที่ทกคนไม่มีวันลืม


โพสท์โดย: SpiderMeaw
http://board.postjung.com/992331.html


วันจันทร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2559

กู้ภัยกู้ซากบ้านถล่ม สุดซึ้งพบพ่อเอาตัวปกป้องลูกน้อยจนรอดชีวิตใต้ซาก


         ทีมกู้ภัยพบเหตุการณ์อบอุ่นหัวใจ กู้ซากบ้านถล่มจากพายุฝนกระหน่ำ พบคุณพ่อหมดสติในท่ากอดปกป้องลูกน้อยวัย 20 เดือน ใต้ซากปรักหักพัง รอดชีวิตทั้งคู่

          รายงานจากเว็บไซต์ People ของจีน ระบุว่า เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2559 พายุฝนได้กระหน่ำหลายพื้นที่ของจีน รวมถึงเมืองเจ้าตง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑลยูนนาน ความรุนแรงโหมคลั่งของพายุฝนวันนั้นได้ทำให้บ้านหลังหนึ่งถึงกับถล่มลงมาเลยทีเดียว

          หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เร่งให้ความช่วยเหลือครอบครัวซึ่งประกอบด้วยสมาชิก 4 คน นั่นคือ พ่อ แม่ และลูกอีก 2 คน โดยพวกเขาสามารถช่วยผู้เป็นแม่และลูกคนหนึ่งออกมาได้ก่อน จากนั้นจึงเดินหน้าค้นหาพ่อและลูกสาวตัวน้อยวัย 20 เดือน ที่ติดอยู่ใต้ซาก


       หลังจากใช้เวลาค้นหาอยู่นานใต้แสงไฟสปอตไลท์จากรถกู้ภัย ในที่สุดทีมกู้ภัยก็ได้พบร่างของพ่อและลูกสาวที่ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังนั้น ภาพที่พวกเขาได้เห็นทำเอาซึ้งใจไปตาม ๆ กัน เมื่อพบว่าคุณพ่อรายนี้อยู่ในสภาพหมดสติจากภาวะขาดน้ำ ในอ้อมกอดของเขามีลูกสาวตัวน้อยอยู่ เห็นได้ชัดว่าเธอถูกร่างของผู้เป็นพ่อปกป้องจากเศษซากที่ถล่มลงมาจนเธอรอดชีวิต 


          เมื่อทีมกู้ภัยดึงตัวทั้งคู่ออกมาจากใต้ซากปรักหักพังแล้ว เจ้าหน้าที่แพทย์ก็เข้ารับช่วงต่อทันที โชคดีจริง ๆ ที่ทั้งคุณพ่อและลูกสาวต่างไม่ได้รับบาดเจ็บร้ายแรง พวกเขารอดชีวิตมาได้พร้อมกับบทพิสูจน์ความรักของผู้เป็นพ่อ ที่คงจะกลายเป็นเรื่องเล่าตราตรึงในหัวใจลูกสาวไปตลอดกาล



ภาพจาก finance.ifeng.com

http://hilight.kapook.com/view/142641

วันเสาร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2559

เปิดวินาทีซึ้งใจ คุณปู่ได้กลับมาอยู่กับภรรยาอีกครั้ง หลังถูกจับแยกที่บ้านพักคนชรา


เปิดวินาทีซึ้งใจ คุณปู่ได้กลับมาอยู่กับภรรยาอีกครั้ง หลังถูกจับแยกที่บ้านพักคนชรา คิดถึงสุดใจ หลังต้องจากกันนานกว่า 8 เดือน ลูกหลานสุดยินดี

              เป็นเรื่องเศร้าที่ยากจะทำใจ หากวันหนึ่งเรามีอันต้องแยกจากคนรักที่อยู่คู่กันมากว่าครึ่งชีวิต ดังนั้นจึงเกิดเป็นภาพบีบหัวใจลูกหลานอย่างมาก เมื่อได้เห็นคุณปู่และคุณย่าของเธอที่ใช้ชีวิตครอบครัวมานานถึง 62 ปี จำต้องแยกจากกัน เพราะไม่มีบ้านพักคนชราที่ใดสามารถรองรับทั้งคู่ได้


          โดยเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2559 เว็บไซต์เมโทร  รายงานว่า คุณปู่วูล์ฟ กอตสชอล์ก วัย 83 ปี และคุณย่า แอนิตา วัย 81 ปี ได้รู้จักกันตั้งแต่สมัยยังเป็นวัยรุ่น เพราะครอบครัวของทั้งคู่อาศัยอยู่ในอพาร์ทเมนท์ที่เเดียวกันใน Dusseldorf ประเทศเยอรมนี

              อย่างไรก็ตามเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา คุณปู่ซึ่งป่วยเป็นโรคสมองเสื่อมและมะเร็ง ก็จำต้องแยกจากภรรยาแสนรักที่ใช้ชีวิตด้วยกันมาโดยตลอด เพราะไม่มีบ้านพักคนชราที่ใดสามารถรองรับทั้งคู่ได้พร้อมกัน ซึ่งแม้ว่าลูกหลานจะยังคงพาพวกเขามาเยี่ยมเยียนกันบ่อยครั้ง แต่ก็อดสะเทือนใจไม่ได้ที่ต้องทนเห็นภาพของทั้งคู่ที่ต้องทรมานทุกครั้งที่ต้องบอกลากัน


             ก่อนหน้านี้ในช่วงเดือนสิงหาคม แอชลีย์ หลานสาวของทั้งคู่ ยังได้โพสต์ภาพขณะที่คุณปู่และคุณย่าบอกลากันทั้งน้ำตา สะท้อนให้เห็นความโศกเศร้าของทั้งคู่เป็นอย่างมาก

              โดย บิล ลูกชายของทั้งคู่ยังได้บอกด้วยว่า พ่อกับแม่ของเขาต้องการเวลาที่จะได้อยู่ร่วมกัน หากมีคนหนึ่งที่จากโลกนี้ไปโดยที่อีกฝ่ายไม่ได้อยู่เคียงข้าง นั้นคงเป็นเรื่องเศร้าที่ร้ายแรงสำหรับทั้งคู่และครอบครัวของเรา

              แต่แล้วในที่สุดหลังจากความพยายามนานหลายเดือน ลูกหลานของพวกเขาก็สามารถย้ายคุณปู่วูล์ฟกลับมาอาศัยอยู่กับคุณย่าในบ้านพักคนชราแห่งเดียวกันได้เมื่อวันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา พร้อมเผยให้เห็นภาพวินาทีประทับใจ เมื่อทั้งคู่ได้กลับมาพบหน้ากันอีกครั้ง 

               พร้อมกันนี้แอชลีย์ยังเผยด้วยว่า นี่เป็นการกลับมาพบกันอีกครั้งพร้อมกับน้ำตาแห่งความสุของทุกคน คุณปู่และคุณย่าจะได้อยู่ภายใต้หลังคาเดียวกันในช่วงชีวิตที่เหลือจากนี้ ไม่มีอะไรจะน่ายินดีไปยิ่งกว่านี้แล้ว พร้อมกันนี้เธอยังหวังว่าเรื่องนี้จะมีส่วนช่วยให้คู่รักสูงวัยรายอื่นที่ต้องแยกจากกัน สามารถกลับมาอาศัยอยู่ด้วยกันอีกครั้งได้ดังเช่นคุณปู่และคุณย่าของเธอ

ภาพจาก Ashley Kaila B

http://hilight.kapook.com/view/142570

วันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2559

คลิปช็อก ป้าอินเดียโยนหลานชาย 18 วัน จากตึกชั้น 3 สุดอิจฉา ตัวเองมีแต่ลูกสาว

        รวบป้าอินเดีย สุดอิจฉาน้องสะใภ้ให้กำเนิดลูกชาย จับหลานชายวัย 18 วัน โยนลงจากตึกชั้น 3 บอกแค่ทำตามเสียงสั่ง

          วันที่ 7 กันยายน 2559 เว็บไซต์อินดิเพนเดนท์ เผยรายงานชวนช็อกซึ่งเกิดขึ้นที่รัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย เมื่อป้ารายหนึ่งได้จับหลานชายวัย 18 วันโยนลงมาจากระเบียงตึกชั้นที่ 3 เหตุอิจฉาน้องสะใภ้ที่ให้กำเนิดลูกชาย ในขณะที่ตัวเองมีแต่ลูกสาว

          โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเผยว่า การกระทำทุกอย่างของ นางสาริตา เทวี ป้าใจร้ายผู้นี้ ถูกกล้องวงจรปิดของโรงพยาบาลบันทึกภาพไว้ได้ทั้งหมด เผยให้เห็นว่าเธออุ้มหลานชายเดินไปที่ระเบียง แต่ไม่นานก็เดินกลับออกมาโดยที่ไม่ได้นำเด็กออกมาด้วย


         ทั้งนี้เจ้าตัวรับสารภาพกับตำรวจว่า ตัวเธอนั้นมีลูกสาวแล้ว 3 คน แต่ก็ยังรู้สึกขมขื่นที่ไม่สามารถให้กำเนิดลูกชายได้ เมื่อคิดเช่นนี้แล้วเธอก็โยนเด็กออกไปนอกระเบียง โดยที่ตัวเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องทำเช่นนั้น เธอเพียงทำตามเสียงที่สั่งให้เธอทำเท่านั้น

          ขณะที่ลุงของเด็กเผยว่า เขาได้ปลุกน้องสะใภ้มาให้นมลูกตอนเวลาประมาณ 03.30 น. จากนั้นพวกเขาก็หลับไป และตื่นขึ้นมาอีกทีตอน 05.30 น. ก็ไม่เห็นเด็กแล้ว

          อย่างไรก็ตาม นับเป็นเคราะห์ดีอย่างถึงที่สุดที่เด็กน้อยรอดชีวิตมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ หลังจากร่วงลงไปบนตาข่ายกันลิง ซึ่งเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลที่มาพบเผยว่า เด็กน้อยถูกห้อยอยู่บนตาข่าย โดยที่เสื้อผ้าของเขาเกี่ยวอยู่กับเหล็กที่ยื่นออกมา โชคดีที่เขาไม่ร่วงลงไปไม่เช่นนั้นต้องเป็นเรื่องเศร้าอย่างมาก



http://hilight.kapook.com/view/141928

วันอังคารที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ตระการตา อุทยานหิ่งห้อยหมื่นตัวที่จีน สวยงดงามสะกดใจราวป่าในฝัน


         พาชมอุทยานหิ่งห้อยแห่ง แรกในประเทศของจีน เลี้ยงแมลงส่องแสงกว่า 10,000 ตัว เปล่งประกายระยิบระยับสีทองตัดกับสีเขียวชอุ่มของใบไม้ใบหญ้า สวยงามสะกดทุกสายตา

          หิ่งห้อย แมลงที่หาดูหาชมได้ยากขึ้นทุกวัน ๆ ในสังคมเมือง กว่าจะได้เห็นหิ่งห้อยสักตัวเราต้องถ่อไปถึงชนบทกลางป่ากลางเขา เพราะหิ่งห้อยมักจะอาศัยอยู่ในป่าที่อุดมสมบูรณ์และมีแหล่งน้ำสะอาด แต่การชมหิ่งห้อยสำหรับชาวจีนอาจไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะทางการมณฑลหูเป่ย์ ได้เปิดตัวอุทยานสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ ที่มีไฮไลท์เป็นหิ่งห้อยนับ 10,000 ตัว


          อุทยานแห่งนี้มีชื่อว่า East Lake Peony Garden ตั้งอยู่ในนครอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ประเทศจีน รวบรวมหิ่งห้อยเอาไว้ภายในสวนกว่า 10,000 ตัว ภายในสวนที่แบ่งเขตต่าง ๆ เอาไว้ 5 เขต ทำให้สวนแห่งนี้เต็มไปด้วยแสงสีทองที่ระยิบระยับตลอดเวลากลางคืน มองไปทางไหนก็เห็นดวงไฟน้อย ๆ ล่องลอยส่งแสงกะพริบวิบวับอยู่ทั่ว ราวกับเป็นภาพในฝันไม่มีผิด


        หิ่งห้อยจำนวนกว่า 10,000 ตัวนี้ ถูกพามาจากเมืองหนิงตู มณฑลเจียงซี ซึ่งทางการระบุราคาค่าตัวของพวกมันว่า ตกอยู่ที่ตัวละ 10 หยวน หรือราว ๆ 52 บาท เลยทีเดียว นอกจากจะเลี้ยงดูพวกมันอย่างดีแล้ว ทางอุทยานก็ยังมีการเพาะพันธุ์หิ่งห้อยด้วยตัวเองอีกด้วย


          ทั้งนี้ อุทยานดังกล่าวจะเปิดให้ประชาชนเข้าเยี่ยมชมตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคมของทุกปี และจะปิดให้บริการในช่วงเดือนตุลาคมเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติภายในอุทยาน ก่อนจะเตรียมตัวให้บริการในปีถัดไป









ภาพจาก East Lake Peony Garden / Li Hui / Hubei
ขอบคุณข้อมูลจาก dailymail

http://travel.kapook.com/view150863.html

วันจันทร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2559

อบอุ่นจังเลยนะ พ่อตูบบรรจงเลียหน้าแม่หมา หลังคลอดลูกน้อยจนหมดแรง


        คลิปโมเม้นท์อันอบอุ่นของครอบครัวตูบ พ่อหมาเลียหน้าแม่หมาอย่างอ่อนโยน ช่วยผ่อนคลายความเหนื่อยล้าให้ หลังใช้พลังคลอดลูกน้อยจนหมดแรง

          ไม่บ่อยครั้งนักหรือบางคนแทบจะไม่เคยเลย ที่จะได้เห็นสุนัขแสดงความรัก ความอบอุ่น และเป็นห่วงเป็นใยคู่ของมันในแบบเดียวกันกับมนุษย์ แต่ก็ใช่ว่ามันจะไม่มีความรู้สึกนั้นเลย อย่างเช่นในคลิปวิดีโอที่ทางเว็บไซต์ Little Things หยิบนำมาเสนอให้ได้ชมนี้ แสดงและพิสูจน์ให้เห็นถึงความรักบริสุทธิ์ของเจ้าตูบตัวผู้ตัวหนึ่งที่มีต่อ ตัวเมียคู่ของมัน เกิดเป็นโมเม้นท์ความรักที่แสนอบอุ่นและสวยงาม เห็นแล้วซาบซึ้งใจไม่น้อยเลยทีเดียว

          เจ้าตูบตัวเมียเพิ่งจะผ่านชั่วโมงแสนทรหดในการคลอดลูกมา จึงนอนเหนื่อยอ่อนด้วยความเพลียและใกล้หมดแรง แต่หน้าที่แม่ก็ต้องดำเนินต่อไปตั้งแต่วินาทีแรกที่ลูก ๆ ลืมตาดูโลก เจ้าตูบตัวน้อยต่างพากันยื้อแย่งดูดนมที่เต้า มันจึงทำได้เพียงนอนนิ่ง ๆ เพื่อให้ลูกได้กินนมอย่างเต็มที่

          แต่สิ่งที่ทำให้รู้สึกซาบซึ้งอบอุ่นใจอย่างสุด ๆ ก็เมื่อได้เห็นเจ้าตูบตัวผู้คู่ของมัน มานอนอยู่ใกล้ ๆ ไม่ห่างไปไหน ค่อย ๆ เลียใบหน้าให้ตัวเมียอย่างอ่อนโยนและทะนุถนอม ประหนึ่งปลอบโยนเพื่อคุณแม่มือใหม่ให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้น แววตาของพ่อตูบก็ช่างอ่อนโยน แสดงให้เห็นความรัก ความเป็นห่วง ทั้งกับตัวแม่และลูกน้อย

          ช่างเป็นครอบครัวตูบที่อบอุ่นจริง ๆ เลยน้า :D


http://pet.kapook.com/view150818.html

วันพฤหัสบดีที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2559

นักบินกองทัพช่วยชีวิตเหมียวน้อยน่ารัก ทำสาวกรี๊ดหนักหลงรักทั้งคนทั้งแมว


นักบินหนุ่มแห่งกองทัพอังกฤษพบ ลูกแมวตัวน้อยหลับปุ๋ยอยู่บนรถ หลังเพิ่งเดินทางไกลกว่า 480 กิโลเมตรมาหมาด ๆ กลายเป็นเหมียวผู้โชคดีที่ได้พบเจ้านายหนุ่มสุดใจดี ด้านชาวเน็ตสับสน ไม่รู้จะเอ็นดูแมวน่ารัก หรือจะกรี๊ดนักบินสุดหล่อดี

          วันที่ 15 มิถุนายน 2559 เว็บไซต์เมโทร เปิดเผยเรื่องราวชวนอมยิ้ม เมื่อร้อยโท นิค กริมเมอร์ นักบินจากกองทัพเรืออังกฤษ ได้พบแมวลายสลิดสีเทาบนรถของตนอย่างน่าประหลาดใจ ทั้ง ๆ ที่เพิ่งเดินทางไกลมาเป็นระยะทางถึง 480 กิโลเมตรเลยทีเดียว


        เจ้าลูกเหมียวตัวนี้ได้รับชื่อใหม่ ว่า ทิกเกอร์ มันนอนหลับสนิทบนรถยนต์อยู่นานถึง 1 วันเต็ม ๆ โดยร้อยโท กริมเมอร์วัย 32 ปี แห่งหน่วย 814 Naval Air Squadron เล่าว่า เขาได้ยินเสียงครางเบา ๆ เหมือนเสียงลูกแมวดังมาจากที่ไหนสักแห่งบนรถ แต่ก็หาต้นตอไม่พบเสียที


          กระทั่งเช้าวันถัดมา ร้อยโท กริมเมอร์ตามช่างซ่อมบำรุงเครื่องบินมาช่วยสืบหาว่าเสียงแปลก ๆ นี้คืออะไรกันแน่ และในที่สุด ลูกแมวลายสลิดสีเทาก็โผล่หน้าออกมาทักทายพวกเขาจากกันชนหน้ารถ มันดูสุขสบายและไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเลย แม้ว่ารถคันนี้เพิ่งจะเดินทางไกลมาหมาด ๆ ร้อยโท กริมเมอร์คาดว่าเจ้าเหมียวคงจะใช้หมวกกันน็อกของเขาเป็นที่นอนนุ่ม ๆ ในตอนกลางคืน


          เมื่อเรื่องราวสุดน่ารักถูกเผยแพร่ ในโลกออนไลน์ ชาวเน็ตหลายรายก็ต่างแสดงความเอ็นดูต่อเจ้าเหมียวกันยกใหญ่ ในขณะที่บางรายก็เริ่มสับสนว่าจะใจละลายกับความน่ารักของลูกแมว หรือจะกรี๊ดกับความหล่อของร้อยโท กริมเมอร์ดีหนอ เลือกไม่ถูกกันเลยทีเดียว

          อย่างไรก็ดี ผู้บัญชาการหน่วย 814 Naval Air Squadron เปิดเผยว่า หน่วยของเขายินดีที่จะรับเลี้ยงเจ้าทิกเกอร์ เพราะเป็นธรรมเนียมของทางหน่วยทหารเรือที่มักจะเลี้ยงแมวเป็นมาสคอตประจำ หน่วยอยู่แล้ว


ภาพจาก Royal Navy
หมายเหตุ : อัพเดทข้อมูลล่าสุดเมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 17 มิถุนายน 2559

http://pet.kapook.com/view150604.html

วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ยลโฉม AS2 เครื่องบินเจ็ทเร็วเหนือเสียงลำใหม่ของโลก ดีไซน์เฉียบ-สวยแปลกตา



          แอร์บัสและเอเรียน สองบริษัทการบินยักษ์ใหญ่จับมือพัฒนาเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวความเร็วเหนือ เสียง AS2 ซึ่งเป็นเครื่องบินเจ็ทซูเปอร์โซนิคลำใหม่ของโลก มาพร้อมดีไซน์เพรียวบาง ดูแปลกแต่สวยงามจนยากจะละสายตา คาดพร้อมบินทดสอบในอีก 6 ปีข้างหน้า

          วันที่ 17 พฤศจิกายน 2558 เว็บไซต์เดลี่เมล เปิดเผยว่า แอร์บัส บริษัทผู้ผลิตเครื่องบินยักษ์ใหญ่จากฝรั่งเศส จับมือ เอเรียน บริษัทด้านอากาศยานของสหรัฐฯ วิจัยค้นคว้าและพัฒนาการผลิตเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวความเร็วเหนือเสียงลำแรก ของโลก ภายใต้ชื่อ Aerion AS2

          AS2 ถือเป็นเครื่องบินเจ็ทความเร็วเหนือเสียงลำใหม่ของโลก หลังจากที่เครื่องบินคองคอร์ดของสายการบินแอร์ฟรานซ์และบริติชแอร์เวย์ถูก ประกาศยกเลิกการใช้งานทุกลำในปี 2546 เนื่องจากมีผู้ใช้บริการน้อยและมีต้นทุนสูง ทั้งนี้เป็นผลกระทบมาจากความตกต่ำของอุตสาหกรรมการบินหลังเหตุการณ์ 9/11 ที่สหรัฐอเมริกา


         เครื่องบินเจ็ทความเร็วเหนือเสียงลำนี้ สามารถบินข้ามซีกโลกได้ด้วยความเร็วสูงสุดราว 1,960 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในขณะที่เครื่องบินพาณิชย์ทั่วไป สามารถบินได้ด้วยความเร็วสูงสุดราว 770 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และ 900 กิโลเมตรต่อชั่วโมง


          หากจะเปรียบเทียบให้เข้าใจง่าย ก็เท่ากับการเดินทางจากกรุงลอนดอนไปยังนครนิวยอร์กภายในเวลา 3 ชั่วโมง จากปกติที่ต้องใช้เวลาราว 8 ชั่วโมง หรือการเดินทางจากนครลอสแอนเจลิสไปยังกรุงโตเกียวภายในเวลา 6 ชั่วโมง จากปกติที่ใช้เวลาราว 12 ชั่วโมง ซึ่งจะช่วยย่นระยะเวลาการเดินทางไกลข้ามทวีปได้เป็นอย่างดี


          ดีไซน์แปลกสะดุดตาที่มาพร้อมสีแดงสดและสีขาวตัดกัน ถูกออกแบบตามหลักพลศาสตร์การบิน ว่าด้วยการลดแรงเสียดทานของอากาศต่อพื้นที่หน้าตัดของวัตถุ โดยผู้ผลิตทุ่มเม็ดเงินจำนวนมหาศาลกว่า 100 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.6 พันล้านบาท) ในการค้นคว้าวิจัยและพัฒนาการผลิต โดยคาดว่าเครื่อง AS2 ลำจริงจะพร้อมให้ยลโฉมภายในปี 2561 พร้อมทดสอบการบินในปี 2564 และพร้อมให้บริการจริงในปี 2566


          ภาย ในห้องโดยสารความยาว 30 ฟุตนั้นรองรับผู้โดยสารจำนวน 12 ที่นั่ง มีพื้นที่กว้างขวาง โอ่อ่า นั่งสบาย ดีไซน์หรูหราทันสมัย รวมถึงยังสามารถปรับเบาะเอนนอนได้สำหรับการบินช่วงกลางคืนด้วย








ภาพจาก Aerion Supersonic
http://hilight.kapook.com/view/129350