วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

อะไรกันนี่ แขกงานแต่งจับนมเจ้าสาวไม่ปล่อย เขาว่าเป็นประเพณีในจีน !?



          เปิดคลิปสุดอึ้ง ชายหนุ่มแขกงานแต่งงานใช้มือจับหน้าอกเจ้าสาวไม่ยอมปล่อย หนำซ้ำยังคลึงไปมา ขณะคนรอบข้างส่งเสียงเชียร์ หัวเราะชอบใจ 

          วันที่ 5 พฤศจิกายน 2558 เว็บไซต์ไลฟ์ลีก เปิด เผยคลิปวิดีโอชวนอึ้งปนฉงน โดยในคลิปวิดีโอนี้ปรากฏภาพของกลุ่มคนที่คาดว่าน่าจะเป็นชาวจีน ยืนรุมล้อมหญิงสาวคนหนึ่ง ที่กำลังถูกชายหนุ่มอีกรายใช้มือทั้งสองข้างจับหน้าอกเธอเต็มเต้าต่อหน้า ธารกำนัล แต่ดูเหมือนว่าทุกคนจะไม่แปลกใจอะไร พวกเขายังคงตะโกนส่งเสียงเชียร์และพูดคุยเฮฮา แถมยังยกมือถือขึ้นมาถ่ายทั้งภาพและคลิปเอาไว้อีกต่างหาก


              ชายหนุ่มในชุดสีน้ำเงิน สวมนาฬิกาที่ข้อมือซ้าย จับหน้าอกหญิงสาวแบบไม่ยอมปล่อยมือ นอกจากนี้เขายังยิ้มแย้มแจ่มใสราวกับสิ่งที่อยู่เป็นเรื่องปกติธรรมดา มีบางครั้งที่เขาขยับมือไปมาคล้ายกำลังนวดหน้าอกหญิงสาวด้วย ขณะที่ฝ่ายหญิงก็ไม่ได้มีอาการปัดป้องหรือโมโหแต่อย่างใด ซ้ำยังหัวเราะร่าเริงปนเขินอายนิด ๆ ที่มีมือของผู้ชายกำลังแปะอยู่บนของสงวนอย่างหน้าอก


         โดยผู้โพสต์คลิปวิดีโอนี้ให้ ข้อมูลว่า คลิปวิดีโอนี้ถูกบันทึกได้จากงานเลี้ยงในงานแต่งงานแห่งหนึ่ง ซึ่งหญิงสาวคนที่ถูกจับหน้าอกนั้นเป็นเจ้าสาวของงาน ส่วนชายหนุ่มที่ขยำหน้าอกไม่ยอมปล่อยเป็นแขกในงาน พร้อมกันนี้ยังอ้างว่า การจับหน้าอกเจ้าสาวแบบนี้ถือเป็นประเพณีในบางพื้นที่ของจีนด้วย

          แหม...ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ๆ แล้วล่ะก็ ไม่แน่ใจว่างานนี้เจ้าบ่าวจะว่ายังไงบ้างนะเนี่ย...



ภาพจาก Liveleak

http://hilight.kapook.com/view/128799

วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

สุดเวทนา แก๊งเจ้าตูบถูกขนเม่นทิ่มตำนับร้อย เกือบไม่รอดชีวิต



เจ้าตูบสุดน่าสงสาร พากันออกไปวิ่งเล่นในทุ่งหญ้าก่อนถูกเม่นเล่นงานเข้าอย่างจัง สลัดขนนับร้อยทิ่มใส่มิดทั้งใบหน้ารวมไปถึงปอดและหัวใจจนเกือบไม่รอดชีวิต โชคยังดีที่คุณหมอช่วยผ่าตัดรักษาไว้ได้

          วันที่ 4 พฤศจิกายน 2558 เว็บไซต์เดลี่เมล เผยภาพแสนเวทนา เมื่อเจ้าสุนัขตัวนี้ถูกขนเม่นนับร้อยทิ่มตำอยู่ทั่วหน้าและช่วงตัวจนเกือบ เอาชีวิตไม่รอด โดยภาพดังกล่าวนี้ถูกโพสต์ลงเว็บไซต์ gofundme ช่วยกันระดมเงินทุนไปใช้ในการช่วยเหลือมัน


           เจ้าตูบน่าเวทนาตัวนี้มีชื่อว่า มาฮาโล เป็นสัตว์เลี้ยงของเดนนิส มาเซอร์ ชาวแคนาดา เขาเล่าว่า วันนั้นเจ้ามาฮาโลออกไปเล่นกับเนสต้าห์และโซลิจาห์เพื่อนสุนัขอีก 2 ตัว ที่ในทุ่งหญ้าในเขตรัฐซัสแคตเชวัน แต่แล้วจู่ ๆ มันก็เข้าไปใกล้สัตว์อันตรายอย่างเม่นที่มีขนเป็นหนามแหลม จนในที่สุดพวกมันทั้ง 3 ตัวถูกเม่นเล่นงานสะบัดขนเข้าใส่จนทิ่มตำไปทั่ว แต่เจ้ามาฮาโลโชคร้ายสุดถูกขนเม่นนับร้อยตำเต็มหัว อีกทั้งยังโดนช่วงตัวบริเวณอวัยวะสำคัญอย่างปอดและหัวใจด้วย


               ด้วยความเป็นกังวลอย่างยิ่งว่าเจ้ามาฮาโลจะไม่รอดชีวิต เดนนิสจึงรีบพามันไปหาสัตวแพทย์เพื่อช่วยเหลือเป็นการด่วน แต่ทั้งนี้เนื่องจากค่ารักษาพยาบาลค่อนข้างสูงมากถึง 8,000 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 280,000 บาท) ไมค์ เจอร์แรน เพื่อนของเดนนิสจึงช่วยระดมทุนผ่านทางเว็บไซต์ดังกล่าวเพื่อช่วยเหลือเพื่อน โดยได้ระบุว่า "เจ้าสุนัขพวกนี้เป็นที่รักของเดนนิสมาก"


                 นับว่าเป็นโชคดีของเจ้ามาฮาโลอย่างมาก ทางสัตวแพทย์ทำการผ่าตัดรักษามันจนปลอดภัยหายห่วงเป็นที่เรียบร้อยแล้วรวม ถึงเจ้าเนสต้าห์กับโซลิจาห์ที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย และน่าทึ่งว่าในเพจของเว็บไซต์ gofundme มีผู้ใจบุญร่วมเข้าไปช่วยบริจาคเงินช่วยเหลือเจ้าตูบเหล่านี้มากกว่า 15,000 เหรียญ (ประมาณ 530,000 บาท) แล้วขณะนี้


ภาพจาก gofundme



วันพุธที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

สุดเวทนา นกกระตั้วถูกทิ้งเครียดจัด จิกขนตัวเองโกร๋นทั้งตัว



         เจ้าหน้าที่ศูนย์อนุรักษ์สัตว์ป่าสหรัฐฯ พบนกกระตั้วทุก ทิ้งอยู่ในสภาพสุดเวทนา เครียดจนจิกขนจนร่วงโกร๋นไปทั้งตัว เหลือไว้แต่เพียงแต่ส่วนหัวและหงอน แต่ตอนนี้แฮปปี้ขึ้นมากแล้ว หลังถูกนำไปรักษาและเลี้ยงดูในบ้านหลังใหม่

          วันที่ 1 พฤศจิกายน 2558 เว็บไซต์เมโทรของอังกฤษ  เผยภาพของนกกระตั้วที่ถูกเจ้าหน้าที่จากศูนย์อนุรักษ์สัตว์ป่าของรัฐแคนซัส สหรัฐฯ ช่วยเหลือมาในสภาพที่เห็นแล้วต้องเวทนา ขนโกร๋นหมดทั้งตัว เหลือเพียงแค่ส่วนหัวกับหงอนสีเหลืองเด่น ที่ทำให้ยังพอช่วยให้สามารถระบุชนิดของมันได้

          นก กระตั้วหรือนกคอกคาทู (cockatoo) ตัวนี้เป็นเพศเมีย จากรายงานระบุว่ามันเคยเป็นสัตว์เลี้ยงที่ถูกตั้งชื่อให้ว่า "ฮอบบี้" ที่แปลว่างานอดิเรก ความหมายของชื่อนั้นก็ไม่ต่างไปจากชะตาชีวิตของมัน ที่เจ้าของเดิมเลี้ยงจนเบื่อแล้วก็ปล่อยทิ้งขว้าง เจ้าหน้าที่เผยว่าตอนช่วยมันมา ตัวของเจ้าฮอบบี้มีแต่กลิ่นก้นบุหรี่และขยะเน่า ๆ


         แม้การจิกขนตัวเองจะเป็นพฤติกรรมปกติของนกกระตั้ว แต่หากมันตกอยู่ในภาวะเครียด พฤติกรรมจิกขนก็สามารถรุนแรงขึ้นผิดปกติ จิกทึ้งขนตัวเองหลุดหมดเท่าที่จะงอยปากจะไปถึง ซึ่งคาดว่าเจ้าฮอบบี้คงตกอยู่ในอาการเครียด หลังถูกเจ้าของทิ้งขว้าง ไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม

          สิ่งแรกที่เจ้าหน้าที่ของศูนย์ฯ ปฏิบัติคือ นำตัวมันไปอาบน้ำ แล้วตรวจเช็กสภาพร่างกายจนทั่ว เมื่อเสร็จแล้วจึงนำอาหารอย่างสตรอว์เบอร์รีและกล้วยสดมาให้มันกิน สุดท้ายทางเจ้าหน้าที่จึงจัดการตั้งชื่อให้ใหม่อย่างไพเราะว่า "ฮาวี" เพื่อเป็นการฉลองให้กับชีวิตใหม่ของมัน


              และแล้วหลังจากผ่านไปราว 1 เดือนในบ้านหลังใหม่ของมัน เจ้าฮาวีก็ดูมีความสุขขึ้นเยอะ แต่ทางเจ้าหน้าที่ก็ยังไม่ทราบสาเหตุว่าทำไมขนของมันถึงยังไม่งอกขึ้นมาใหม่ เสียที หรืออาจจะต้องรอเวลานานกว่านี้ แต่อย่างไรก็ดีพวกเขาได้เตรียมถักเสื้อกันหนาวรอไว้ให้มันพร้อมรับกับฤดู หนาวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว



http://pet.kapook.com/view133197.html

วันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

กล้าใช้ปะล่ะ กระเป๋าถุงอัณฑะยักษ์ งานดี เรียลเว่อร์ทุกรายละเอียด !!



       กระเป๋าเป้สุดครีเอทแสนสัปดน "กระเป๋าถุงอัณฑะยักษ์" Scrote'n'Tote รูปร่างหน้าตาถอดแบบของจริงอย่างเป๊ะ ตุ่มตะปุ่มตะปำก็มา ขนก็มี ผิวเหี่ยวนิด ๆ อีกต่างหาก เรียลขนาดนี้ พี่กล้าใช้ไหมครับ !!

         สาบาน ว่านี่เป็นกระเป๋าที่หน้าตาสัปดนหลุดโลกที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา กับกระเป๋าเป้หนังไข่เหี่ยว เอ้ย กระเป๋าถุงอัณฑะยักษ์ Scrote'n'Tote ที่ไม่ใช่แค่พิมพ์ลายกล่องดวงใจลงไปเฉย ๆ แต่ทำมาเหมือนจริงทุกมิติ ทั้งหน้าตาและผิวสัมผัส ดูเอาแล้วกันครับท่าน ตุ่มรูขุมขนตะปุ่มตะปำก็มา ขนหยิกหยอยหร็อมแหร็มก็มี สีผิวและความเหี่ยวของหนังก็เหมือนจริงจนหวั่นใจ เรียลขนาดนี้หาไม่ได้อีกแล้ว  



          เว็บไซต์ buzzfeed เผยเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2558 ว่า ที่จริงกระเป่าใบนี้เคยปรากฏโฉมต่อหน้าชาวโลกมาตั้งแต่ปีที่แล้ว และสร้างความฮือฮาสะเทือนเลื่อนลั่นโลกโซเชียล เมื่อมีแต่คนถามหาว่า "อยากได้อย่างนี้สักใบ จะซื้อได้ที่ไหน ?"




        จนในที่สุดพ่อหนุ่มชาวแคนาดา แดเนียล บิตตัน ชายเสื้อเหลืองผู้สะพายกระเป๋ารูปไข่ ก็ออกมาเผยตัวพร้อมผุดโปรเจคท์ระดมทุนในเว็บไซต์ indiegogo โดยมีเป้าหมายที่ 33,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.13 ล้านบาท เพื่อสามารถสั่งทำกระเป๋าอัณฑะยักษ์ตามเกณฑ์ออเดอร์ขั้นต่ำสุดที่โรงงาน กำหนดไว้ 5,000 ใบ จะได้นำมาขายได้ตามคำเรียกร้องของหนุ่ม ๆ ไง (จะมีสาว ๆ ด้วยไหมนะ ?) 




         บิต ตันยังเผยที่มาของกระเป๋าหนังไข่รุ่นออริจินัลใบแรกที่เขามีว่า ได้ขอให้เพื่อนที่ทำงานด้านของประกอบฉากในแวดวงฮอลลีวูดทำมาให้ เพื่อใช้เป็นของเข้าฉากในภาพยนตร์ที่เขาเคยเป็นผู้จัดอยู่ ซึ่งผลงานก็แสนจะน่าพอใจ อย่างกับตัดเอาลูกอัณฑะจริง ๆ มาห้อยเลยทีเดียว 



         ส่วนการระดมทุนให้ได้ตามเป้าเหยียบล้านบาทนั้น มีเส้นตายภายในวันที่ 13 ธันวาคมนี้ หากสำเร็จตามเป้าก็จะได้กระเป๋ามาขายผ่านทาง indiegogo ใน ราคาใบละ 69 ดอลลาร์ (ราว 2,380 บาท) และขายปลีกข้างนอกใบละ 120 ดอลลาร์ (ราว 4,100 บาท)...ใครสนใจอยากได้ถุงอัณฑะมาสะพายหลัง ก็เข้าไปร่วมบริจาคกันได้นะคร้าบ






http://hilight.kapook.com/view/128570

วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

นักวิทย์เผยคลิป "วาฬหายากที่สุดในโลก" เป็นครั้งแรก ไม่แน่อาจกำลังสูญพันธุ์



        เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2558 เว็บไซต์เอบีซีนิวส์ รายงานว่า ทีมนักชีววิทยาเผยคลิปวิดีโอวาฬโอมูระ วาฬหายากที่สุดในโลกออกมาให้ชมเป็นครั้งแรก หลังจากที่ผ่านมาไม่เคยมีหลักฐานยืนยันการพบเห็นมันอยู่ในธรรมชาติเลย

          รายงานระบุว่า ที่ผ่านมาวาฬโอมูระเป็น หนึ่งในบรรดาสัตว์ที่ลึกลับและหายากที่สุดในโลก ไม่เคยมีหลักฐานการพบเห็นมันตัวเป็น ๆ ในธรรมชาติเลยสักครั้ง แต่ล่าสุด ทีมนักชีววิทยานานาชาติ นำโดยนักชีววิทยาจากพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำนิวอิงแลนด์ และสถาบันวิจัยมหาสมุทรวู้ดโฮล ได้เผยคลิปวิดีโอวาฬโอมูระกำลังแหวกว่ายในท้องทะเลออกมาให้ชาวโลกได้ชม หลังจากที่พวกเขาพบมันที่นอกชายฝั่งมาดากัสการ์

           โอมูระเป็นวาฬหายากที่มี ลักษณะละม้ายคล้ายคลึงกับวาฬบรูด้า และคนมักจะสับสนว่าเป็นวาฬบรูด้ามาโดยตลอด อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมาแม้จะมีการคาดว่ามันเป็นสัตว์ที่น่าจะสูญพันธุ์แล้ว แต่ก็ยังมีการพบวาฬพันธุ์นี้ตายเกยตื้นอยู่บนชายฝั่ง ล่าสุดคือเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา บริเวณชายฝั่งออสเตรเลียตะวันตก ซึ่งนั่นเป็นโอกาสทองของนักชีววิทยา เพราะทำให้พวกเขาได้ศึกษาลักษณะของมันได้อย่างละเอียดขึ้น หลังจากที่ผ่านมามนุษย์รู้จักมันน้อยมาก

          ปัจจุบันวาฬโอมูระยังคงเป็นหนึ่งในสัตว์ที่กำลังจะสูญพันธุ์ การพบเห็นมันได้ยากทำให้นักชีววิทยาไม่สามารถคาดคะเนได้เลยว่ามีวาฬโอมูระ อยู่ในธรรมชาติมากน้อยแค่ไหน

ซากวาฬโอมูระเกยตื้นที่ชายฝั่งออสเตรเลีย
ภาพจาก Department of Parks and Recreation


http://hilight.kapook.com/view/128541


วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2558

เจ๋งเลย ตู้เย็นใต้ดิน เย็นได้ไม่ต้องใช้ไฟฟ้า อุณหภูมิ 10-12 องศา ตลอดปี




          นักประดิษฐ์ชาวเนเธอร์แลนด์ผุดตู้เย็นสุดเก๋ไก๋ Ground Fridge ตู้เย็นฝังใต้ดิน ไม่ต้องใช้ไฟฟ้าให้สิ้นเปลือง แช่ผักผลไม้สดด้วยอุณหภูมิ 10-12 องศาเซลเซียสได้ตลอดปี

            ฟลอริ ส สคูนเดอร์บีค นักประดิษฐ์ชาวเนเธอร์แลนด์ ผู้คิดค้นสิ่งของเครื่องใช้ด้วยไอเดียสุดล้ำภายใต้แบรนด์ Weltevree เปิดตัวสินค้าสุดยอดไอเดียอย่าง Ground Fridge หรือตู้เย็นฝังใต้ดิน ตู้เย็นยุคใหม่ไม่ต้องใช้ไฟฟ้า


            เว็บไซต์ Design Your Trust นำเสนอยอดสินค้าอย่าง Ground Fridge หรือตู้เย็นใต้ดิน มันมีลักษณะคล้ายคลึงกับห้องใต้ดินสไตล์โมเดิร์น รูปร่างทรงกลมสีขาวสะอาด เพียงแค่นำเจ้าสิ่งนี้ไปฝังไว้ใต้ดิน คุณก็จะได้ตู้เย็นที่มีอุณหภูมิในฝันสำหรับพืชผัก ผลไม้ ไวน์ และชีส โดยมันมีอุณหภูมิคงที่ราว 10-12 องศาเซลเซียสตลอดปี โดยไม่ต้องใช้ไฟฟ้าให้สิ้นเปลืองเลยแม้แต่นิดเดียว


            ส่วนหลักการทำงานของเจ้าตู้เย็นกลมป๊อกนี้ก็คือ เมื่อมันถูกฝังอยู่ใต้ดินแล้ว ชั้นหนา ๆ ราว 1 เมตรของดินจะช่วยรักษาอุณหภูมิในตู้เย็นให้เย็นและคงที่ ที่สำคัญ เจ้า Ground Fridge สามารถนำไปฝังที่ใดก็ได้ไม่จำกัดชนิดของดิน แม้แต่ในทะเลทราย คุณก็สามารถใช้ตู้เย็นไร้ไฟฟ้าเครื่องนี้ได้ ! 


            เรียกได้ว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่นอกจากจะขายไอเดียสุดคูลแล้วยังช่วยรักษ์โลกได้อีกแรงด้วยนะ ส่วนสนนราคาของเจ้าตู้เย็นกลมป๊อกนี้อยู่ที่ 7,450 ยูโร หรือราว  291,000 บาทนั่นเองค่ะ








ภาพจาก weltevree.nl

http://hilight.kapook.com/view/128458

วันพุธที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ฮอตจนได้เรื่อง ! ดาราคูเวตถูกตำรวจจับในซาอุฯ ฐานใกล้ชิดผู้หญิงเกินไป



ดาราหนุ่มชาวคูเวตถูกตำรวจศาสนาจับใน ซาอุดีอาระเบีย ฐานใกล้ชิดผู้หญิงเกินไป ทั้งที่จะถ่ายเซลฟี่ เจ้าตัวเผยอย่างงง ชี้ไม่คิดว่าจะมีแฟนคลับเยอะ เรื่องนี้เหนือการควบคุม

          เว็บไซต์เดลี่เมล มีรายงานในวันที่ 27 ตุลคม 2558 ว่า นายอับดุล อาซิส อัล คาซาร์ นักแสดงหนุ่มชาวคูเวต ถูกตำรวจศาสนาของซาอุดีอาระเบีย จับตัวและลากออกมาจากกลุ่มแฟนคลับหญิงที่กำลังถ่ายเซลฟี่กับเขาอยู่ ที่กลางห้างในกรุงริยาด เมืองหลวงของประเทศ เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 23 ตุลาคมที่ผ่านมา

          ตำรวจศาสนาในชุดสีขาว ซึ่งเป็นผู้รักษากฎผู้รักษากฎชารีอะห์ พาตัวนายอาซิสไปควบคุมตัวที่สำนักงานส่งเสริมศีลธรรมและป้องกันการละเมิด พร้อมแจ้งว่า นัก แสดงหนุ่มมีความผิดฐานใกล้ชิดกับผู้หญิงซึ่งตนไม่ได้มีสัมพันธ์เกี่ยวข้อง ด้วย โดยนายอาซิสได้รับการประกันตัวในเวลาต่อมา และกำลังรอการพิจารณาคดี





            ด้านนายอาซิสเผยกับสื่อว่า เรื่องเริ่มจากเขาได้ถามแฟนคลับ ผ่านทางโซเชียลว่า ห้างไหนที่น่าไปเดิน และเมื่อถูกแนะนำห้างดังกล่าวมา จึงได้บอกกับแฟน ๆ ว่า ตนจะไปที่นั่นในวันศุกร์ สามารถไปพบกับเขาได้ แต่ก็ไม่คาดคิดว่าจะำมีแฟนคลับไปรอเจอเยอะขนาดนี้ พร้อมยังแสดงความคิดเห็นว่า ทางห้างน่าจะแจ้งให้ตนทราบก่อนว่ามีคนมารออยู่มากมาย และกล่าวว่า การที่แฟนคลับหญิงจำนวนมากมารวมตัวกันเช่นนี้อยู่นอกเหนือการควบคุมของเขา จริง ๆ

          ทั้งนี้ นายอาซิสจะไม่สามารถเดินทางออกนอกซาอุดีอาระเบียได้ จนกว่าการพิจารณาคดีจะเสร็จสิ้น



http://hilight.kapook.com/view/128409