วันอังคารที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2559

แทบหยุดหายใจ หนุ่มท้าตายโดดระเบียงโรงแรมสูง ดิ่งสู่สระว่ายน้ำอย่างแม่น

         คลิปสุดระทึก หนุ่มท้าตายโดดระเบียงดาดฟ้าโรงแรมสูง ดิ่งสู่สระว่ายน้ำเบื้องล่าง หวาดเสียวสุด ๆ ใครห้ามลอกเลียนแบบเชียว เพราะพลาดไปไม่รอดแน่

          เว็บไซต์ไลฟ์ลีค เผยคลิปวิดีโอนี้ให้ชมกันเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2559 แสดงภาพเหตุการณ์ขณะที่หนุ่มชาวอเมริกันรายหนึ่งได้เดินขึ้นไปยังดาดฟ้าของ โรงแรม จากนั้นเขาก็ไม่รอช้าพุ่งตรงไปที่ระเบียงทันที


         จากมุมมองของเขาซึ่งเห็นได้จากการแพนกล้อง จะพบว่าเขายืนอยู่บนดาดฟ้าที่สูงจากพื้นไม่น้อยเลย เบื้องล่างนั้นเป็นสระว่ายน้ำของโรงแรม ซึ่งยังมีพื้นที่บริเวณโดยรอบที่กว้างพอดู นั่นหมายความว่าการกระโดดลงไปเสี่ยงร่างกระแทกกับขอบสระเสียชีวิตได้

          แต่ถึงอย่างนั้นหนุ่มรายนี้กลับเล็งอย่างแม่นเหมาะ เขากระโดดพุ่งตัวออกไปแล้วปล่อยร่างทิ้งลงเบื้องล่าง ดิ่งลงในสระว่ายน้ำได้อย่างพอดิบพอดี ทำเอาใจหวิวลุ้นสุด ๆ เลยทีเดียว


http://hilight.kapook.com/view/142105

วันศุกร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2559

11 ฮีโร่ร่วมแรงช่วย 22 ชีวิตในรถโรงเรียน หลังเสียหลักพลิกคว่ำในอุโมงค์ (ชมคลิป)

       สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ เกิดอุบัติเหตุระทึก รถโรงเรียนอนุบาลพลิกคว่ำในอุโมค์ที่ประเทศเกาหลีใต้ พลเมืองดี 11 รายพากันจอดรถวิ่งเข้าไปช่วยอย่างไว จนครูและนักเรียนทั้งหมด 22 ชีวิตรอดปลอดภัย

        เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2559 แชนแนล XOxu TV บนเว็บไซต์ยูททูบดอทคอม ได้มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอเหตุการณ์อุบัติเหตุไม่คาดคิดภายในอุโมงค์แห่ง หนึ่งในเมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ เกิดเหตุมีรถโรงเรียนอนุบาลคันหนึ่งเสียหลักอันเนื่องจากถนนลื่นจึงทำให้ทรง ตัวไม่อยู่ ก่อนจะพลิกคว่ำอย่างแรง โดยกล้องวิดีโอที่ติดอยู่หน้ารถยนต์คันขับตามหลังมาสามารถบันทึกภาพไว้ได้

        ในขณะนั้นรถยนต์คันที่ขับตามมาก็รีบจอด ก่อนชายที่โดยสารมาในรถจะรีบวิ่งลงไปช่วยในทันที จากนั้นก็มีพลเมืองดีรายอื่น ๆ ที่ขับตามมาเห็นพากันวิ่งลงไปสมทบส่วนเหลืออย่างไว ฮีโร่ทั้งหมด 11 รายช่วยกันทั้งงัดทั้งทุบกระจกรถ จนช่วยทุกคนออกมาด้านนอกรถโรงเรียนได้อย่างปลอดภัย โดยใช้เวลาทั้งหมดไปเพียงไม่ถึง 5 นาที

        รายงานระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2559 โดยในรถโรงเรียนคันนี้มีผู้โดยสารนั่งมาทั้งหมด 22 ชีวิต เป็นนักเรียนอนุบาลจำนวน 21 ราย และครูอีก 1 ราย ทั้งหมดปลอดภัยและไม่มีรายงานได้รับบาดเจ็บ

        ทั้งนี้ ทางสำนักงานตำรวจเมืองปูซาน ได้เตรียมออกจดหมายชื่นชมพลเมืองแบบอย่างทั้ง 11 รายนี้แล้ว



http://hilight.kapook.com/view/141961


วันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2559

คลิปช็อก ป้าอินเดียโยนหลานชาย 18 วัน จากตึกชั้น 3 สุดอิจฉา ตัวเองมีแต่ลูกสาว

        รวบป้าอินเดีย สุดอิจฉาน้องสะใภ้ให้กำเนิดลูกชาย จับหลานชายวัย 18 วัน โยนลงจากตึกชั้น 3 บอกแค่ทำตามเสียงสั่ง

          วันที่ 7 กันยายน 2559 เว็บไซต์อินดิเพนเดนท์ เผยรายงานชวนช็อกซึ่งเกิดขึ้นที่รัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย เมื่อป้ารายหนึ่งได้จับหลานชายวัย 18 วันโยนลงมาจากระเบียงตึกชั้นที่ 3 เหตุอิจฉาน้องสะใภ้ที่ให้กำเนิดลูกชาย ในขณะที่ตัวเองมีแต่ลูกสาว

          โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเผยว่า การกระทำทุกอย่างของ นางสาริตา เทวี ป้าใจร้ายผู้นี้ ถูกกล้องวงจรปิดของโรงพยาบาลบันทึกภาพไว้ได้ทั้งหมด เผยให้เห็นว่าเธออุ้มหลานชายเดินไปที่ระเบียง แต่ไม่นานก็เดินกลับออกมาโดยที่ไม่ได้นำเด็กออกมาด้วย


         ทั้งนี้เจ้าตัวรับสารภาพกับตำรวจว่า ตัวเธอนั้นมีลูกสาวแล้ว 3 คน แต่ก็ยังรู้สึกขมขื่นที่ไม่สามารถให้กำเนิดลูกชายได้ เมื่อคิดเช่นนี้แล้วเธอก็โยนเด็กออกไปนอกระเบียง โดยที่ตัวเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องทำเช่นนั้น เธอเพียงทำตามเสียงที่สั่งให้เธอทำเท่านั้น

          ขณะที่ลุงของเด็กเผยว่า เขาได้ปลุกน้องสะใภ้มาให้นมลูกตอนเวลาประมาณ 03.30 น. จากนั้นพวกเขาก็หลับไป และตื่นขึ้นมาอีกทีตอน 05.30 น. ก็ไม่เห็นเด็กแล้ว

          อย่างไรก็ตาม นับเป็นเคราะห์ดีอย่างถึงที่สุดที่เด็กน้อยรอดชีวิตมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ หลังจากร่วงลงไปบนตาข่ายกันลิง ซึ่งเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลที่มาพบเผยว่า เด็กน้อยถูกห้อยอยู่บนตาข่าย โดยที่เสื้อผ้าของเขาเกี่ยวอยู่กับเหล็กที่ยื่นออกมา โชคดีที่เขาไม่ร่วงลงไปไม่เช่นนั้นต้องเป็นเรื่องเศร้าอย่างมาก



http://hilight.kapook.com/view/141928

วันศุกร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2559

ยังอยู่ในใจ...สวนสัตว์ต้อนรับลูกกอริลลาตัวใหม่ ทุกคนพร้อมใจมอบชื่อ "ฮารัมเบ"


         สวนสัตว์ฟิลาเดลเฟีย สหรัฐฯ ขอไอเดียตั้งชื่อลูกกอริลลาตัวใหม่ ทุกคนพร้อมใจกันตั้งชื่อให้เหมือนกันว่า ฮารัมเบ กอริลลาที่ทั่วโลกเวทนา ถูกยิงทิ้งเพื่อช่วยเด็ก

         เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2559 เว็บไซต์มิเรอร์ เปิดเผยข่าวดีว่า สวนสัตว์ฟิลาเดลเฟีย ในรัฐเพนซิลเวเนีย สหรัฐอเมริกา ได้ต้อนรับลูกกอริลลาตัวใหม่ของสวนสัตว์ โดยได้เผยภาพอันน่ารักของลูกกอริลลาตัวน้อยที่มีสุขภาพแข็งแรงอยู่ในอ้อมอก อันอบอุ่นของแม่ หลังจากออกมาลืมตาดูโลกเมื่อวันศุกร์ที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยแม่ของมันชื่อว่าเจ้าโฮนิ อายุ 21 ปี ส่วนพ่อคือ เจ้าโมตูบา อายุ 31 ปี


       ทางสวนสัตว์มีความตื่นเต้นและดีใจกับสมาชิกใหม่ตัวนี้เป็นอย่างมาก คอยดูแลเจ้าตัวน้อยเป็นอย่างดี และในโอกาสพิเศษเช่นนี้ ทางสวนสัตว์ก็ได้เปิดโอกาสให้ทุก ๆ คนได้มีส่วนร่วมในการต้อนรับเจ้ากอริลลาน้อยตัวนี้ ด้วยการให้ช่วยกันตั้งชื่อน่ารัก ๆ ให้กับมัน

         แม้จะไม่มีรางวัลมอบให้ แต่ทุกคนก็พร้อมใจกันร่วมส่งคำตอบ (บางส่วนก็ขอร้อง) ไปยังทางสวนสัตว์ ให้ตั้งชื่อเจ้าลูกกอริลลาตัวนี้ว่า ฮารัมเบ (Harambe) ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับกอริลลาน่าสงสารที่ถูกเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ซินซินนาติ ในรัฐโอไฮโอ จำใจยิงจนตาย เพื่อช่วยชีวิตเด็กที่พลัดตกลงไปในกรงของเจ้าฮารัมเบ เมื่อช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

ฮารัมเบ

         ทั้งนี้ การตายสุดสลดของเจ้าฮารัมเบก่อให้เสียงวิพากษ์วิจารณ์ เกิดการประณามไปทั่วโลก จนถึงขั้นมีการเรียกร้องให้เอาผิดกับทางผู้ปกครองที่ไม่ดูแลลูกจนตกลงไปใน กรงกอริลลา ทุกคนจึงมีความหวังอยากให้ชื่อของเจ้าฮารัมเบคงอยู่ต่อไป แม้ตัวมันจะลาโลกนี้ไปแล้ว 


         อย่างไรก็ดี ล่าสุดทางทวิตเตอร์ของสวนสัตว์ได้ออกมาขอบคุณทุกคำตอบ และจะทำการเลือกชื่อให้กับเจ้ากอริลลาน้อย ก่อนจะแจ้งให้ทราบต่อไป









http://hilight.kapook.com/view/141657

วันอังคารที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2559

สตรองมาก ชายถูกมีดปักคาหลัง แต่พี่นั่งนิ่งไม่สะทกสะท้านเลย

           ชายบาดเจ็บสภาพมีดปักเด่คากลางหลัง นั่งนิ่งไม่สะทกสะท้าน ปล่อยแพทย์-พยาบาลวุ่นรักษา ทำตัวอย่างกับไม่ใช่คนเจ็บงั้นแหละ

           วันที่ 23 สิงหาคม 2559 เว็บไซต์เดลี่เมล เผยคลิปเสียวไส้ เห็นแล้วใจคอไม่ดี กับสภาพคนเจ็บที่เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองบาร์รันควิ ลลา ประเทศโคลอมเบีย อาเฮียวัยกลางคนมีมีดปักโด่เด่คาอยู่กลางหลัง ปลายมีดทิ่มเข้าไปในตัวสักครึ่งเล่มเห็นจะได้ จากสภาพคิดว่าน่าจะต้องเจ็บปวดไม่น้อย แต่แกกลับนั่งอย่างสงบ ดูใจเย็น และชิลได้อย่างคาดไม่ถึง  ในขณะที่แพทย์-พยาบาลต่างกุลีกุจอตัดเสื้อเพื่อทำการรักษา ส่วนโดยรอบก็มีเจ้าหน้าที่รายอื่น ๆ ยืนดูอยู่อย่างตกตะลึง


           ทั้งนี้ ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าชายผู้นี้ประสบเหุตอะไรมา และอาการในขณะนี้เป็นอย่างไรบ้าง แถมไม่รู้ด้วยว่าที่เห็นนั่งนิ่งสงบเยือกเย็นได้ขนาดนี้ เพราะพี่แกไม่ยี่หระกับความเจ็บปวด หรือว่าเจ็บช็อกจนพูดไม่ออกกันแน่นะ ^^"


ภาพจาก LinkLong สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม
http://hilight.kapook.com/view/141232

วันอังคารที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2559

รักออนไลน์ทำเก้อ ชายดัตช์บินพบสาวจีน ปักหลักรอที่สนามบิน 10 วันยังไม่พบ


      ชายชาวดัตช์ทุ่มสุดตัว บินพบสาวจีนที่คบหากันบนโลกออนไลน์ แต่แล้วเมื่อมาถึงกลับไร้ร่องรอยหญิงสาว ตัดสินใจปักหลักเฝ้ารอเธอที่สนามบินกว่า 10 วัน จนเหนื่อยล้า

        เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2559 เว็บไซต์เซี่ยงไฮ้อิสต์ รายงาน ว่า อเล็กซานเดอร์ ปีเตอร์ เคิร์ก ชายวัย 41 ปี จากฮอลแลนด์ ได้รู้จักสาวแซ่จาง สาวจีนวัย 26 ปี ผ่านทางโซเชียลเน็ตเวิร์ก ทั้งคู่พูดคุยกันอย่างถูกคอและถูกใจ กระทั่งเวลาผ่านไป 2 เดือน เคิร์กก็ไม่อาจทนได้ เขาตัดสินใจซื้อตั๋วเครื่องบินเดินทางมายังประเทศจีน เพื่อพบตัวจริงเสียงจริงของสาวที่เขาหลงรัก   

 
        เคิร์กวางแผนเดินทางมาเซอร์ไพรส์จางอย่างเงียบ ๆ และถ่ายรูปวีซ่าจีน รวมถึงตั๋วเครื่องบิน ส่งให้เธอดูก็เมื่อตอนที่เขากำลังจะเดินทางมาหาเธอ โดยหวังว่าเมื่อเดินทางมาถึงที่สนามบินฉางชา ฮวงหัว เขาจะได้พบกับเธอที่นั่น แต่แล้วทุกอย่างก็ไม่เป็นตามที่เขาคิดเอาไว้เลย


      หลังจากที่เครื่องบินแตะพื้น และเคิร์กได้มานั่งรอจางอยู่ภายในอาคารผู้โดยสาร เขาก็ต้องผิดหวังเมื่อพบว่าหญิงสาวที่เขารักไม่ได้มาพบเขาที่สนามบินเลย นั่งรอทั้งวันก็ไม่มีวี่แวว แต่เคิร์กก็ตัดสินใจรอต่อไปด้วยความหวังอันริบหรี่และความรักที่มีให้เธอ อย่างเปี่ยมล้น เขาปักหลักนอนอยู่ภายในสนามบินรอจางวันแล้ววันเล่า

        แต่แล้วเมื่อเวลาผ่านไปนานกว่า 10 วัน ก็ยังไร้เงาของจางที่สนามบิน ขณะเดียวกันการรออย่างอดทนก็ทำให้เคิร์กเหนื่อยอ่อน เขาถูกเจ้าหน้าที่นำตัวส่งโรงพยาบาล และก็ได้เปิดเผยถึงเหตุผลเบื้องหลังความเหนื่อยล้าและการต้องปักหลักอยู่ภายในสนามบินหลายวันอย่างนั้น


         จากนั้นเรื่องราวการรอคอยของเคิร์กก็ได้รับการเผยแพร่ผ่านสื่อมวลชนจีน จนในที่สุดเรื่องก็ไปถึงหูของจางเข้า เธอจึงติดต่อไปยังสถานีโทรทัศน์หนึ่งในมณฑลหูหนาน พร้อมเล่าว่า ก่อนที่เคิร์กจะเดินทางมาที่จีน เขาได้ถ่ายรูปรายละเอียดบนตั๋วเครื่องบินมาให้เธอแล้ว แต่เธอไม่เข้าใจว่านั่นคืออะไร และการมาเยือนของเคิร์กทำให้เธอค่อนข้างช็อก เพราะก่อนหน้านี้เคยคุยกันว่าจะรอ 1 ปีก่อนค่อยพบกัน นอกจากนี้เธอยังบอกอีกว่าหลังจากที่รู้ความหมายของรายละเอียดที่เคิร์กส่งมาให้ เธอก็ไม่สามารถไปที่สนามบินได้ เพราะอยู่ระหว่างการพักฟื้นจากการศัลยกรรมในเมืองเจิ้งโจว มณฑลเหอหนาน


          อย่างไรก็ตามจางยืนยันว่าเธอจะยังคงสานสัมพันธ์กับเคิร์กต่อ และหวังว่าจะได้กลับมาคุยกันอีกครั้ง แต่ทางด้านเคิร์กนั้น หลังจากเขารับการรักษาอาการเหนื่อยล้าแล้ว ก็หอบหัวใจที่สิ้นหวังกลับบ้านที่ฮอลแลนด์ และจนบัดนี้ทั้งคู่ก็ยังไม่ได้พบกันเลย

ภาพจาก shanghaiist.com

http://hilight.kapook.com/view/140249

วันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ช็อก ตำรวจหญิงเสียชีวิตหลังติดเชื้อวัณโรคเพราะโดนคนร้ายถ่มน้ำลายใส่หน้า


         ช็อกเกินคาดคิด ตำรวจหญิงชาวยูเครนติดเชื้อวัณโรคหลังถูกผู้ต้องหาถ่มน้ำลายใส่หน้าขณะทำ การจับกุม ทำปอดติดเชื้อ ต้องรักษาเคมีบำบัด ทว่าสู้โรคไม่ไหว เสียชีวิตในที่สุด

          นับเป็นเรื่องน่าเศร้าใจอย่างมากกับการต้องสูญเสียเจ้าหน้าตำรวจหญิงมากความ สามารถรายหนึ่งไปก่อนวัยอันควร อันเนื่องมาจากความโชคร้ายที่เธอถูกผู้ต้องหาถ่มน้ำลายใส่ขณะปฏิบัติหน้าที่ พิทักษ์สันติราษฎร์ โดยเว็บไซต์เดลี่เมล ได้หยิบเรื่องราวนี้นำมาเสนอเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2559


         ย้อนกลับไปช่วงเทศกาลวันปีใหม่ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา อารีน่า โคลท์โซวา เจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงชาวยูเครน ประจำเมืองเคียฟ วัย 35 ปี ได้เข้าจับกุมผู้ต้องหารายหนึ่งซึ่งไม่ได้ระบุว่าเป็นหญิงหรือชาย แต่แล้วในระหว่างปฏิบัติหน้าที่นั้น เธอถูกผู้ต้องหารายนี้ถ่มน้ำลายรดเข้าที่ใบหน้า โดยไม่ได้คาดคิดว่าจะเป็นพาหะนำเชื้อวัณโรคมาสู่เธอ

          ด้วยความไม่เอะใจอะไร ตำรวจหญิงรายนี้จึงไม่ได้เข้ารับการป้องกันรักษา จนกระทั่งวันหนึ่งเชื้อลุกลามจนทำให้เธอหมดสติล้มลงในที่ทำงาน เมื่อถูกนำตัวส่งแพทย์เพื่อตรวจอาการ ก็พบว่าเธอมีภาวะปอดติดเชื้อจากวัณโรค จำเป็นต้องทำการรักษาด้วยเคมีบำบัด ระหว่างพักรักษาตัว เจ้าหน้าที่มีฮาอิล คินดราเควิช เพื่อนตำรวจหญิงรายหนึ่ง เผยว่า การทำเคมีบำบัดรักษาทำให้อารีน่าต้องโกนหัว เวลาให้อาหารก็ต้องให้ผ่านทางสายยางเข้าหลอดเลือด สภาพของเธอซูบผอมแทบจำไม่ได้ และกลายเป็นโรคขาดสารอาหารอย่างรุนแรง จนในที่สุดเธอก็สิ้นลมหายใจจากไป


              "การจากไปอย่างไม่มีวันกลับของอารีน่านับเป็นการสูญเสียที่ไม่มีอะไรสามารถทดแทนได้ แต่ความทรงจำของเธอจะอยู่ในหัวใจของพวกเราตลอดไป" กรมตำรวจเมืองเคียฟกล่าวอาลัยผ่านทางสื่อโซเชียล







ภาพจาก imgur.com, เฟซบุ๊ก Арина Кольцова

http://hilight.kapook.com/view/140240