วันอังคารที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2558

แร้งหิวโซชีวิตลำบาก มุดหัวคว้านก้นหมูป่า ติดคารูเอาออกไม่ได้


   
            คลิปอีแร้งสุด หิวโหย หมายจะงาบซากหมูป่าให้อิ่มหมีพีมัน แต่ไม่รู้ว่าไปพิศวาสอะไรที่เนื้อส่วนก้น ไป ๆ มา ๆ หัวเจ้ากรรมดันติดคารูก้นหมูป่าจนเอาไม่ออก บังเกิดเป็นคลิปชวนขำปนสงสาร

            วันที่ 19 ตุลาคม 2558 เว็บไซต์เดลี่เมล เปิดเผยคลิปวิดีโอชวนอมยิ้มของสัตว์โลก เมื่อ พอล ฟูชิลล์ ชาวนครออสติน รัฐเทกซัส สหรัฐฯ ได้บันทึกภาพเหตุการณ์ชวนงง ขณะที่นกแร้งตัวหนึ่งกำลังดิ้นรนสุดชีวิตเพื่อเอาหัวออกจากรูก้นของซากหมู ป่า แต่ดูเหมือนมันจะลำบากน่าดูทีเดียว

            โดยพอลบอกว่า หมูป่าตัวนี้น่าจะถูกชาวนาในละแวกนั้นยิงตาย เพราะถือว่าพวกมันเป็นสัตว์ที่รบกวนการเกษตรกรรม และทำลายพืชผลเสียหายไปหลายล้านเหรียญสหรัฐ เจ้านกแร้งหิวโซตัวนี้คงบังเอิญผ่านมาเจอซากหมูป่าพอดี จึงจัดแจงโฉบลงมาหมายจะกินซากให้อิ่มหนำ แต่ไม่รู้ว่าไปทำอีท่าไหน หัวของมันถึงได้ไปติดคารูก้นหมูป่าแบบนั้น



              
                แต่เจ้าแร้งตัวนี้ก็ปลอดภัยดีใน ภายหลัง โดยพอลระบุไว้ในคำบรรยายของคลิปวิดีโอที่เขาโพสต์ลงเว็บไซต์ยูทูบว่า เขาไม่ได้เข้าไปช่วยเหลือมันแต่อย่างใด เพราะเกรงว่าอาจได้รับอันตรายจากสัญชาตญาณการป้องกันตัวของมัน และหลังจากนั้นราว 1 ชั่วโมงให้หลัง แร้งตัวนี้ก็นำหัวของมันออกมาจากก้นหมูป่าได้สำเร็จ เอิ่ม.. อึดจริง ๆ



http://hilight.kapook.com/view/128046


วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ทริปเที่ยวสุดเท่ระหว่างนายและน้องหมา ท่องโลกกว้างด้วยรถยนต์คู่ใจ



           รวมภาพความประทับใจจากทริปเดินทางของเพื่อนมนุษย์ 4 ขา ที่พร้อมผจญภัยไปกับเจ้านายทุกที่ !
   
           ข้อดีของการทำงานผ่านระบบออนไลน์นั่นก็คือเราสามารถพกงานไปทำที่ไหนก็ได้ขอ แค่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต เช่นเดียวกับ ดเวย์น พาร์ตัน ที่ลุกขึ้นมาปลดล็อกกฏเกณฑ์การนั่งทำงานอยู่แต่ในออฟฟิศแบบตายตัว ด้วยการพา เจ้าบ๊อบบี้ สุนัขสุดรักออกเดินทางสัญจรข้ามประเทศไปกับรถยนต์คู่ใจ ซึ่งเป็นการท่องเที่ยวเพื่อออกค้นหาความงดงามของธรรมชาติ ผู้คน และตนเองก็ไปพร้อมกับทำงานผ่านโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน

           ทั้ง คู่ใช้เวลาประมาณ 2 เดือน ในการออกเดินทางต่อ 1 ทริป ช่างเป็นช่วงเวลาที่มีค่ากับการได้ท่องโลกกว้างไปด้วยกันบนระยะทางเป็นพัน ๆ ไมล์ด้วยรถยนต์คู่ใจ แต่กระนั้นพวกเขาก็ยังเคยยอมแพ้ให้กับการเดินทาง จนกระทั่งได้นั่งลองนึกตรึกตรองอีกครั้งและพบว่าการตัดสินใจที่จะทำแบบนี้ ได้อะไรมากกว่าที่คิด

           หนึ่งในนั้นก็คือภาพความประทับใจระหว่างเขากับเจ้าตูบเพื่อนยาก พร้อมภาพสวย ๆ ที่น้อยคนนักจะมีโอกาสได้เห็น และแต่ละภาพที่เรากำลังจะได้ดูต่อไปนี้ล้วนแล้วแต่ถ่ายจากมือถือของพาร์ตัน ทั้งสิ้น รับรองได้เลยว่าสวยงามไม่แพ้กล้องโปรเลยทีเดียว ชักอยากจะรู้แล้วสิว่าทริประหว่างคนกับน้องหมาจะเท่มีสไตล์ขนาดไหนกันนะ

คนพร้อม ตูบพร้อม รถพร้อม งั้นก็ออกเดินทางไปกับพวกเขาเลย !

นั่งรถมันเหนื่อยขนาดนั้นเลยเหรอ พี่บ๊อบบี้เราเลยหลับปุ๋ยอยู่บนตักอุ่น ๆ ของนาย

นักเดินทางรายไหนหรือจะสู้คู่เราได้บ้างครับนาย !

เป็นไงฮะ !? ระหว่างผมกับนายใครเป็นนักผจญภัยเท่กว่ากันว่ามา ?

หนาวเย็นแล้วไง ! 4 ขาอย่างบ๊อบบี้ก็พิชิตเนินเขาหิมะได้เหมือนกัน

นี่คือท่าหาปลาเพื่อยังชีพ หรือพี่ต้องการแช่น้ำแต่กลัวหนาวตัวใช่ไหม !

 ลุยไปเลยครับ ! รับประกันว่า(ป๋ม)ไม่เปียกแน่นอน จริงไหมนาย !

วิวสวยอากาศก็ดีอย่างนี้มันต้องเปิดกระจก แล้วโผล่หน้าออกไปรับลมหน่อย

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก Instagram dwayneparton

http://pet.kapook.com/view132074.html

วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ตำรวจจับแก๊งขุดศพสาวขึ้นจากหลุม เอาไปแต่งงานเป็น เจ้าสาวผี



                เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2558 เว็บไซต์พีเพิลเดลี่ของจีน รายงานว่า ตำรวจจีนจับชาย 3 ราย ขณะพยายามขโมยศพหญิง สาวขึ้นมาเป็น "เจ้าสาวผี" ไปเข้าพิธีแต่งงานกับศพชายหนุ่ม เพื่อให้ศพได้แต่งงาน เชื่อว่าจะทำให้ผู้ตายมีความสุข หรือนำพาโชคดีมาให้

                รายงานระบุว่า ชายทั้ง 3 คนนี้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าควบคุมตัวในเมืองรุ่ยเฉิง ทางตอนเหนือของจีน หลังจากที่พวกเขาได้ขุดศพสาวไปขาย โดยพวกเขาสารภาพว่า มีผู้ซื้อรายหนึ่งที่ไม่ได้รับการเปิดเผยชื่อ จากเมืองหลินเฝิง ซึ่งอยู่ใกล้เคียง ได้ติดต่อเข้ามาซื้อศพหญิงสาว ในราคาเกือบ 140,000 บาท จึงได้จัดการให้ ศพหญิงสาวที่ขุดขึ้นมานี้จะถูกนำไปทำพิธีแต่งงานกับศพชายหนุ่ม เป็นประเพณีตามความเชื่อโบร่ำโบราณว่าชายที่โสดเมื่อตายแล้วและได้แต่งงาน กับศพหญิงสาว ผู้ตายจะมีความสุข ไปสู่สุคติเพราะมีคู่ตุนาหงัน และก็จะนำพาความโชคดีมาให้ครอบครัวด้วย  แต่หากศพชายโสดถูกฝังอยู่โดด ๆ จะนำพาโชคร้ายมาให้




             อนึ่ง นอกจากการขุดศพหญิงสาวไปทำพิธีวิวาห์กับศพชายโสดแล้ว ในบางครอบครัวยังให้ลูกชายที่โสดและยังมีชีวิตอยู่ได้แต่งงานกับศพหญิงสาวด้วย เพราะเชื่อว่าจะโชคดี อย่างไรก็ดี ความเชื่อดังกล่าวถูกต่อต้านไปกว่า 60 ปีแล้ว แต่ก็ยังมีหลายครอบครัวในชนบทยังคงเชื่อและถือปฏิบัติกันอยู่ จึงทำให้ศพยังขายได้อยู่นั่นเอง




ภาพจาก Bb Yang

http://hilight.kapook.com/view/127914


วันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ญี่ปุ่นฮือฮา นักเรียนสาว 3 มิติ น่ารักใจละลายแต่เสียดายเธอไม่มีตัวตน



         ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ายุคสมัยใหม่นี้ ภาพคอมพิวเตอร์กราฟิค 3 มิติได้ เข้ามามีบทบาทหลักในวงการบันเทิงเป็นอย่างมาก เช่นในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ แอนิเมชั่น และวิดีโอเกมต่าง ๆ และก็ปฏิเสธไม่ได้อีกนั่นแหละ ว่าภาพ 3 มิติยุคนี้จะเหมือนจริงเกินไปแล้ว !

            เว็บไซต์ Rocketnews 24 เปิดเผยภาพของหญิงสาวนาม ซายะ ที่มีหน้าตาน่ารักตามแบบฉบับวัยรุ่นญี่ปุ่น ผิวขาวอมชมพู ดวงตากลมโตสีน้ำตาล ขนตายาวงอนงาม ปากอิ่มได้รูป ทั้งหมดนี้ทำให้ซายะโด่งดังเป็นพลุแตกเพียงชั่วข้ามคืนในทวิตเตอร์ หลังจากที่สมาชิกทวิตเตอร์ชื่อ @mojeyuka โพสต์ภาพของเธอ พร้อมบรรยายว่า "ซายะไม่มีตัวตนจริง ๆ บนโลกใบนี้ เธอเป็นเพียงแค่โมเดลตัวละคร 3 มิติเสมือนจริงที่ถูกสร้างขึ้น" ว้าว เหมือนจริงมากทีเดียวนะนี่



           อิชิคาวะ เทรุยูกิ และ อิชิคาวะ ยูกะ 2 สามีภรรยา ซึ่งเป็นศิลปินฟรีแลนซ์ชาวญี่ปุ่น ได้ปั้นสาวน้อยซายะขึ้นมาเพื่อใช้ประกอบการบรรยายขั้นตอนการทำโมเดลเสมือน จริง ที่จะบรรยายในงาน CGWorld’s Creative Conference ที่จะจัดขึ้น ณ มหาวิทยาลัยบุงเกียว กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้




           นอกจากนี้ ซายะยังจะได้ปรากฏตัวในภาพยนตร์ที่ทาง 2 สามีภรรยาอิชิคาวะและทีมงานกำลังซุ่มทำกันอยู่อย่างลับ ๆ นั่นหมายความว่า เราจะได้เห็นสาวน้อยซายะในอิริยาบถอื่น ๆ แน่นอน




           แค่ยืนเฉย ๆ ยังน่ารักใจละลายขนาดนี้ ถ้าได้ดูน้องซายะเล่นหนังทั้งเรื่องจริง ๆ คงจะมีความสุขสุด ๆ ไปเล้ย :D


ภาพจาก telyuka.com

http://hilight.kapook.com/view/127791

วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ว่อนเน็ต แอร์โฮสเตสนอนในช่องเก็บสัมภาระ อ้างเป็นการรับน้อง



         ภาพเรียกเสียงวิจารณ์ขรม แอร์โฮสเตสสาย การบินคุนหมิง ถูกบังคับนอนในช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะผู้โดยสาร อ้างเป็นการรับน้องลูกเรือใหม่ ด้านสายการบินออกแถลง ไม่เคยได้รับการร้องเรียนจากลูกเรือมาก่อน จะเร่งป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก 



          เว็บไซต์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ เผยในรายงานวันที่ วันที่ 12 ตุลาคม 2558 ว่า ภาพชุดดังกล่าวที่แอร์โฮสเตสสายการบินคุนหมิงนอนบีบตัวอยู่ในช่องเก็บ สัมภาระเหนือศีรษะผู้โดยสารบนเครื่องบิน ซึ่ง ถูกแพร่ออกไปว่อนโลกโซเชียลของจีนในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีต้นแหล่งมาจากโพสต์ในบัญชี Civil Aviation Tabloid ของ WeChat โดยผู้โพสต์ระบุว่า ลูกเรือแทบทุกคนเคยถูกบังคับจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ให้ลงไปนอนในช่องเก็บสัมภาระแบบนี้ หลังจากที่ได้ปฏิบัติงานบริการแล้ว 30-50 ชั่วโมง


             ด้านสายการบินคุนหมิงได้ออกมาแถลงต่อเรื่องดังกล่าวว่า ไม่ทราบมาก่อนว่ามีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้น และไม่เคยได้รับการร้องเรียนใด ๆ จากบรรดาลูกเรือเลย พร้อม สัญญาว่าจะยุติพฤติกรรมดังกล่าว อันเป็นการกดขี่รังแกลูกเรือหน้าใหม่ นอกจากนี้ยังระบุว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังที่จากลูกเรือปฏิบัติภารกิจเสร็จสิ้นแล้วและไม่ได้ ส่งผลกระทบใด ๆ ต่อความปลอดภัยในการบิน




ภาพจาก toutiaofen.com

http://hilight.kapook.com/view/127705

วันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2558

เด็กน้อยสองพี่น้องแสนกตัญญู บริจาคหนังศีรษะเพื่อช่วยพ่อที่ถูกไฟคลอก



            สองพี่น้องชาวจีนวัยเพียง 6 และ 8 ขวบ แสดงความกตัญญูและทำในสิ่งที่แสนกล้าหาญ บริจาคหนังศีรษะตน เองเพื่อไปปลูกถ่ายช่วยชีวิตคุณพ่อที่ถูกไฟคลอกทั่วร่างกายอย่างไม่ลังเล ด้านคุณพ่อเผย แค่คิดว่าลูกต้องเจ็บแค่ไหนเพื่อช่วยชีวิตตน ก็กลั้นน้ำตาไม่อยู่แล้ว

           วันที่ 10 ตุลาคม 2558 สำนักข่าวซีซีทีวี  เผยเรื่องราวความกตัญญูแสนบริสุทธิ์ของสองพี่น้องชาย-หญิง วัย 6 และ 8 ขวบ ของนายหวัง ซี่หยง ผู้ประสบอุบัติเหตุไฟช็อตจากสายไฟฟ้าแรงสูง เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ผิวหนังไหม้เสียหายกว่า 91% ของพื้นที่ร่างกาย และทิ้งให้เขาอยู่ในความเจ็บปวดทรมาน

           ในระยะ 2 เดือนที่รับการรักษา นายหวังได้รับการรักษาด้วยการวิธีสกินกราฟหรือปลูกถ่ายผิวหนัง โดยใช้ผิวหนังของตัวเองมาแล้ว 3 ครั้ง แต่นั่นก็ยังไม่เพียงพอที่จะเยียวยาแผลไหม้ที่มีเต็มร่างกายได้ ด้วยสภาพอาการของนายหวัง ประกอบกับสถานะทางการเงินของเขา แพทย์จึงแนะนำให้ภรรยาเขาใช้การปลูกถ่ายผิวหนังจากหนังศีรษะของลูกทั้งสองดู โดยยืนยันว่า ผิวหนังเด็กรักษาตัวได้ไว จะงอกกลับคืนมาอย่างรวดเร็วและแข็งแรงแน่นอน


            แค่เพียงได้ยินภรรยาของนายหวังปฏิเสธข้อเสนอนั้นไปทันที แต่การหาผู้บริจาคผิวหนังเพื่อปลูกถ่ายก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ในที่สุดอาการของสามีที่ย่ำแย่ ก็บีบให้เธอจำต้องกลับตอบรับข้อเสนอเดิม และแล้วก็ต้องประหลาดใจเป็นที่สุด เพราะเมื่อได้บอกเรื่องนี้กับลูกทั้งสอง เด็ก ๆ รีบตอบตกลงจะช่วยคุณพ่ออย่างไม่ลังเล


            ทั้งนี้ การผ่าตัดปลูกถ่ายผิวหนังที่ได้จากหนังศีรษะของทั้งลูกสาวและลูกชายแก่นาย หวัง ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี โดยนายหวังได้ให้สัมภาษณ์ว่า แค่คิดว่าลูก ๆ ทั้งสองคนยอมเจ็บตัว เพื่อช่วยชีวิตเขาไว้จากความตาย เพียงเท่านี้ก็ไม่อาจจะกลั้นน้ำตาไว้ได้เลย 



ภาพจาก cdsb

http://hilight.kapook.com/view/127654