วันอังคารที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2558

กระทิงประหลาด มีเขาเดียวโผล่กลางหัว ยังกะยูนิคอร์น !

ภาพจาก pikabu

           พบกับเจ้า ไดมอนด์ กระทิงประหลาดที่บราซิล มีเขาเดียวโผล่อยู่กลางหัว อย่างกับยูนิคอร์น

          หลาย คนคงพอรู้จักสัตว์ในเทพนิยายที่มีเขาเดียวโผล่อยู่กลางหัว อย่างเจ้าม้ายูนิคอร์นมาบ้าง แต่รู้ไม่ลักษณะแบบนี้ไม่ได้มีอยู่แต่ในเทพนิยายเท่านั้น วันที่ 1 ธันวาคม 2558 เว็บไซต์เดลี่เมล เผย ภาพเจ้า "ไดมอนด์" กระทิงจากบราซิลที่ผิดแผกจากเพื่อนฝูงตัวอื่น ๆ คือในขณะที่กระทิงทั่วไปมีเขา 2 เขา งอกออกมาจากด้านข้างของหัว เจ้าไดมอนด์แนวยิ่งกว่าแนว มันมีเขาเดียวโผล่ขึ้นมาที่กลางหัว และเป็นลักษณะประหลาดที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ

ภาพจาก firsttoknow

         แม้ความผิดปกติเช่นนี้จะพบเห็นได้ไม่บ่อยนัก แต่ก็เคยมีรายงานการพบสัตว์เขาเดียวมาแล้วประปราย ทั้งในสัตว์บกและสัตว์น้ำ โดยเมื่อเดือนตุลาคม 2557 ก็มีรายงานนักตกปลาชาวออสเตรเลีย 2 ราย จับได้ปลาทูน่ามีเขา กลายเป็นที่ฮือฮา จนชาวเน็ตตั้งชื่อเรียกว่าตัวดังกล่าวว่า "ทูนิคอร์น" 



          นอกจากนี้ ก็พบว่ามนุษย์มีความพยายามสร้างสัตว์เขาเดียวแบบยูนิคอร์นขึ้นมา ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ดอกเตอร์ดับบลิว แฟรงคลิน โดฟ นักชีววิทยาจากมหาวิทยาลัยเมน ในสหรัฐอเมริกา ทุ่มเทเวลานานหลายปีในการสร้าสัตว์เขาเดียวขึ้นมา หนึ่งในสัตว์เขาเดียวจากการวิจัยทดลองก็มี วัวกระทิงเขาเดียวรวมอยู่ด้วย แต่มีชีวิตอยู่ได้เพียง 3 ปีเท่านั้น



http://hilight.kapook.com/view/129902

วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

เจ๋งอะ ! ชมวิธีเปิดกระป๋องโดยไม่ใช้ที่เปิด ขอแค่มันสมองและสองมือ



            สองหนุ่มรัสเซีย สาธิตวิธีการเปิดกระป๋องโดยไม่ใช้ที่เปิดกระป๋อง ขอแค่แรงหนัก ๆ สองมือ และก้อนคอนกรีต  แล้วการเปิดกระป๋อง จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

            เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2558 เว็บไซต์เดลี่เมล รายงานว่า 2 หนุ่มชาวรัสเซียจากยูทูบที่ใช้ชื่อว่า Crazy Russian Hacker ได้สาธิตวิธีการเปิดกระป๋องโดยไม่ใช่ที่เปิดกระป๋อง ใช้แค่สองมือและหินคอนกรีตเท่านั้น ทำให้คลิปนี้ แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นคลิปไวรัลของชั่วโมงนี้เลยทีเดียว


              นายคูลารอฟ ได้สาธิตวิธีการเปิดกระป๋องโดยใช้แค่สองมือ โดยที่เขาบอกว่า "สมมติว่าในยุคซอมบี้นั้น ผมพยายามที่จะเอาชีวิตรอดและผมเจอกับกระป๋องทูน่า ผมหิวโซมากแต่ผมกลับไม่มีอุปกรณ์ใด ๆ ที่จะใช้เปิดกระป๋องเลย ผมมีแค่คอนกรีตที่หาได้ทั่วไปบนท้องถนน แล้วจะเปิดกระป๋องยังไงเหรอ ? ง่าย ๆ แค่นี้" จากนั้น นายคูลารอฟ ก็คว่ำกระป๋องทูน่า และถูกระป๋องไปมาเร็ว ๆ หลาย ๆ ครั้ง เมื่อฝากระป๋องเป็นรอยแล้ว ก็ให้หงายกระป๋องขึ้น บีบกระป๋อง แล้วฝากระป๋องจะหลุดออกมาเอง


                ทั้งนี้ คลิปดังกล่าว มีผู้เข้าชมกว่า 26 ล้านครั้ง และยังได้รับคำชมมากมาย ว่านี่เป็นวิธีการที่มีประโยชน์จริง ๆ



ภาพจาก Crazy Russian Hacker
http://hilight.kapook.com/view/129672

วันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

อะไรจะขนาดนั้น ! ป้าขู่โดดตึก ยัวะสามีหลังทะเลาะเรื่องข้าวเที่ยง



         ป้าขู่โดดตึก ยัวะสามีหลังทะเลาะเรื่องข้าวเที่ยง เมื่อฝ่ายสามีอยากจะทานข้าว แต่คุณป้าอยากทานก๋วยเตี๋ยว

          กลาย มาเป็นเหตุที่ทำเอาใครต่อใครแตกตื่นตกใจกันไปตาม ๆ กัน เมื่ออยู่ดี ๆ หญิงสูงวัยรายหนึ่งก็ตัดสินใจปีนออกไปนอกหน้าต่างของอพาร์ทเม้นท์ ที่ตั้งอยู่ในมณฑลเหอหนาน ประเทศจีน ขู่ว่าจะกระโดดลงไปให้รู้แล้วรู้รอด แต่ใครเลยจะคิดว่าสาเหตุที่ทำให้เธอขู่จะโดดตึกนั้น มีสาเหตุมาจากเรื่องอาหาร


         โดยในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2558 เว็บไซต์เซี่ยงไฮ้อีสท์  ระบุว่า ผู้พบเห็นเหตุการณ์เปิดเผยถึงที่มาของเหตุระทึกครั้งนี้ ว่าเกิดขึ้นหลังจากที่ฝ่ายสามีของคุณป้าอยากจะทานข้าวเป็นมื้อเที่ยง แต่คุณป้ากลับยืนกรานที่จะทานก๋วยเตี๋ยว ดังนั้นทั้งคู่จึงเริ่มโต้เถียงกัน ก่อนจะลุกลามกลายเป็นการทะเลาะกันใหญ่โต จากนั้นคุณป้าก็ปีนออกมาจากหน้าต่างห้องครัว ขู่ว่าจะกระโดดลงไปหากสามีของเธอไม่ยอมเป็นฝ่ายถอยให้

          หลังจากเห็นคุณป้ารายดังกล่าวออกไปนั่งอยู่ที่ขอบหน้าต่าง ก็มีคนโทรเรียกพนักงานดับเพลิงเข้ามาช่วยเหลือ ซึ่งก็ต้องใช้เวลานานเป็นชั่วโมงกว่าที่คุณป้าจะสงบอารมณ์และยอมปีนกลับเข้า มาในที่สุด อย่างไรก็ตามไม่มีรายงานระบุว่า สรุปแล้วสามี-ภรรยาคู่นี้ทานอะไรเป็นมื้อเที่ยงกันแน่

ภาพจาก shanghaiist.com

http://hilight.kapook.com/view/129446

วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

หน่วยพิเศษจู่โจมโรงแรมมาลี ตัวประกันถูกปล่อยมาแล้ว 80 ชีวิต


             ผู้ก่อการร้ายอาวุธ ครบมือไม่ทราบสังกัดบุกโรงแรมหรูในนครบาโก เมืองหลวงของประเทศมาลี จับพลเมือง 170 คนเป็นตัวประกัน มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 5 ศพ ล่าสุดตัวประกันโดนปล่อยแล้ว 80 ราย

https://www.youtube.com/watch?v=7ebg2iLYakQ

             วันที่ 20 พฤศจิกายน 2558 เว็บไซต์เมโทร รายงานว่า กลุ่ม ผู้ก่อการร้ายพร้อมอาวุธปืนและระเบิดครบมือราว 10 นาย บุกยึดโรงแรมหรูในเมืองหลวงของประเทศมาลี มีตัวประกันราว 170 คน เป็นแขกต่างชาติ 140 คน และเป็นพนักงานโรงแรมอีก 30 คน 



             โรงแรม ที่ถูกบุกยึดมีชื่อว่า เรดิสสัน บลู โฮเต็ล เป็นโรงแรมหรูที่มักเต็มไปด้วยแขกชาวต่างชาติ ตั้งอยู่ในตัวเมืองของกรุงบามาโก เมืองหลวงของประเทศมาลี โดยแหล่งข่าวผู้เห็นเหตุการณ์อ้างว่า กลุ่มผู้ก่อการร้ายเหล่านี้ได้ตะโกนเสียงดังกึกก้องว่า “อัลเลาะห์ อักบาร์” หรือ “พระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่” ขณะบุกเข้ายึดโรงแรม



            ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้กระจายกำลังสังเกตการณ์อยู่รอบ ๆ อาคารโรงแรม และมีการสกัดกั้นถนนบางสายที่เป็นเส้นทางไปสู่บ้านเรือนของประชาชน ทั้งนี้ทางตำรวจยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นฝีมือของกลุ่มก่อการร้ายกลุ่มใดกันแน่


             ด้านผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า กลุ่มผู้ก่อการร้ายเหล่านี้เดินทางมายังโรงแรมด้วยรถสถานทูต ก่อนจะเดินเข้าไปในโรงแรมอย่างเงียบ ๆ และเปิดฉากยิงกระหน่ำที่ชั้น 7

             ในขณะเดียวกัน สำนักข่าวต่างประเทศบางเจ้าก็เริ่มรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวแล้วอย่างน้อย 5 ราย ในขณะที่ทวิตเตอร์ทางการของสถานทูตสหรัฐฯ ประจำกรุงบามาโก ได้โพสต์ข้อความแจ้งเตือนประชาชนชาวอเมริกันให้ระวังตัวและพยายามอยู่ในที่ พักของตนเท่านั้น

             ขณะเดียวกัน เวลาประมาณ 20.00 น. ตามเวลาประเทศไทย เจ้าหน้าที่หน่วยพิเศษได้เข้าจู่โจมโรงแรมดังกล่าวแล้ว ส่งผลให้ตัวประกัน 80 ชีวิตถูกปล่อยตัวออกมา



              ทั้งนี้ ประเทศมาลี หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐมาลี เป็นประเทศที่อยู่ในแถบแอฟริกาตะวันตก ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นแถบที่ตั้งของฐานที่มั่นผู้ก่อการร้ายหลาย สังกัด ส่วนประเทศมาลีเองก็พบกับความไม่สงบโดยกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงอยู่บ่อยครั้ง ตั้งแต่มีการรัฐประหารโดยกองทัพเมื่อปี 2555


http://hilight.kapook.com/view/129413

วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ยลโฉม AS2 เครื่องบินเจ็ทเร็วเหนือเสียงลำใหม่ของโลก ดีไซน์เฉียบ-สวยแปลกตา



          แอร์บัสและเอเรียน สองบริษัทการบินยักษ์ใหญ่จับมือพัฒนาเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวความเร็วเหนือ เสียง AS2 ซึ่งเป็นเครื่องบินเจ็ทซูเปอร์โซนิคลำใหม่ของโลก มาพร้อมดีไซน์เพรียวบาง ดูแปลกแต่สวยงามจนยากจะละสายตา คาดพร้อมบินทดสอบในอีก 6 ปีข้างหน้า

          วันที่ 17 พฤศจิกายน 2558 เว็บไซต์เดลี่เมล เปิดเผยว่า แอร์บัส บริษัทผู้ผลิตเครื่องบินยักษ์ใหญ่จากฝรั่งเศส จับมือ เอเรียน บริษัทด้านอากาศยานของสหรัฐฯ วิจัยค้นคว้าและพัฒนาการผลิตเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวความเร็วเหนือเสียงลำแรก ของโลก ภายใต้ชื่อ Aerion AS2

          AS2 ถือเป็นเครื่องบินเจ็ทความเร็วเหนือเสียงลำใหม่ของโลก หลังจากที่เครื่องบินคองคอร์ดของสายการบินแอร์ฟรานซ์และบริติชแอร์เวย์ถูก ประกาศยกเลิกการใช้งานทุกลำในปี 2546 เนื่องจากมีผู้ใช้บริการน้อยและมีต้นทุนสูง ทั้งนี้เป็นผลกระทบมาจากความตกต่ำของอุตสาหกรรมการบินหลังเหตุการณ์ 9/11 ที่สหรัฐอเมริกา


         เครื่องบินเจ็ทความเร็วเหนือเสียงลำนี้ สามารถบินข้ามซีกโลกได้ด้วยความเร็วสูงสุดราว 1,960 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในขณะที่เครื่องบินพาณิชย์ทั่วไป สามารถบินได้ด้วยความเร็วสูงสุดราว 770 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และ 900 กิโลเมตรต่อชั่วโมง


          หากจะเปรียบเทียบให้เข้าใจง่าย ก็เท่ากับการเดินทางจากกรุงลอนดอนไปยังนครนิวยอร์กภายในเวลา 3 ชั่วโมง จากปกติที่ต้องใช้เวลาราว 8 ชั่วโมง หรือการเดินทางจากนครลอสแอนเจลิสไปยังกรุงโตเกียวภายในเวลา 6 ชั่วโมง จากปกติที่ใช้เวลาราว 12 ชั่วโมง ซึ่งจะช่วยย่นระยะเวลาการเดินทางไกลข้ามทวีปได้เป็นอย่างดี


          ดีไซน์แปลกสะดุดตาที่มาพร้อมสีแดงสดและสีขาวตัดกัน ถูกออกแบบตามหลักพลศาสตร์การบิน ว่าด้วยการลดแรงเสียดทานของอากาศต่อพื้นที่หน้าตัดของวัตถุ โดยผู้ผลิตทุ่มเม็ดเงินจำนวนมหาศาลกว่า 100 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.6 พันล้านบาท) ในการค้นคว้าวิจัยและพัฒนาการผลิต โดยคาดว่าเครื่อง AS2 ลำจริงจะพร้อมให้ยลโฉมภายในปี 2561 พร้อมทดสอบการบินในปี 2564 และพร้อมให้บริการจริงในปี 2566


          ภาย ในห้องโดยสารความยาว 30 ฟุตนั้นรองรับผู้โดยสารจำนวน 12 ที่นั่ง มีพื้นที่กว้างขวาง โอ่อ่า นั่งสบาย ดีไซน์หรูหราทันสมัย รวมถึงยังสามารถปรับเบาะเอนนอนได้สำหรับการบินช่วงกลางคืนด้วย








ภาพจาก Aerion Supersonic
http://hilight.kapook.com/view/129350


วันพุธที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ฮือฮา !! ห้องสมุดวิศวะ จุฬาฯ น่านอนอย่างกับโรงแรมแคปซูล



         ชาวเน็ตแห่แชร์ ห้องสมุดใหม่ของคณะวิศวะจุฬาฯ อย่างเจ๋ง มีมุมให้พักผ่อนส่วนตัว-ติดโทรทัศน์ บอกเหมือนโรงแรมแคปซูล

          ต้องขอบอกเลยว่าภาพที่จะนำเสนอต่อไปนี้ต้องถูกอกถูกใจวัยเรียนแน่ ๆ เพราะเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2558 เฟซบุ๊ก Faculty of Engineering, Chulalongkorn University เฟซบุ๊กของคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ เผยแพร่ภาพพิธีเปิดห้องสมุดใหม่แห่งใหม่ของคณะ ที่มีคอนเซ็ปต์เป็นสมาร์ทไลบารี่ (Smart Library) มีการออกแบบเพื่อตอบสนองความพึงพอใจของผู้ใช้งาน แถมยังเป็นทั้งที่พักผ่อน พบปะสังสรรค์เพื่อเสริมสร้างความคิดอีกด้วยล่ะ


            และที่เรียกเสียงฮืฮฮาจากชาวเน็ตอย่างมาแรงแซงโค้งก็คือมุมพักผ่อนที่มีการจัดเป็นบล็อกเล็ก ๆ มีหมอนอิง และติดโทรทัศน์ ทำเอาชาวเน็ตกระหน่ำแชร์กันยกใหญ่ แถมยังบอกว่าคล้าย ๆ กันกับโรงแรมแคปซูลของญี่ปุ่นเลยนะเนี่ย






http://education.kapook.com/view134610.html

วันอังคารที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

เจ้าหลุยส์ มะหมาดัชชุนขี้หึง กระโดดขวางกล้องไม่ให้เจ้านายถ่ายพรีเวดดิ้ง !



หมาขี้หึงอย่าง นี้ก็มีด้วย เห็นเจ้านายจะถ่ายรูปพรีเวดดิ้งเป็นไม่ได้มีกระโดดขวางหน้ากล้องตลอด จนเกิดเป็นภาพกายกรรมหมาสุดพิสดาร งานนี้ไม่รู้ว่าจะฮาน้ำตาเล็ดหรือสงสารเจ้าของดีนะเนี่ย

        เมื่อ คริส คลัธ และ เมแกน ดีเทอร์แมน คู่รักที่ต้องการถ่ายภาพสำหรับงานหมั้น โดยต้องการให้ เจ้าหลุยส์ สุนัขดัชชุนสัตว์เลี้ยงตัวน้อยร่วมเฟรมด้วย ทางด้านช่างภาพจาก Dnk photography ก็ ยินยอมตอบรับขอเสนอที่ทั้งคู่ขอมาและจัดการทุกอย่างให้พร้อมสำหรับภาพคู่รัก แต่ทุกอย่างกลับตาลปัตรไปหมดเมื่อชัตเตอร์แรกได้ถูกกด !!!

        ไม่รู้ว่ากรณีนี้จะเรียกว่า หลุยส์ หึงเจ้านายหรืออยากเป็นดาวเด่นหน้ากล้องกันแน่ เพราะเมื่อขณะที่คู่รักอยู่ในตำแหน่งกับองค์ประกอบภาพอันสมบูรณ์แบบแล้ว วินาทีที่ช่างภาพกำลังจะกดชัตเตอร์ เจ้าหลุยส์ก็รีบพุ่งตัวยาว ๆ ของมันกระโดดขวางหน้ากล้องไว้ทันที บังทั้งคริสและเมแกนมิดเลย งานนี้ทำเอาช่างภาพและคู่รักฮาไปตาม ๆ กัน

        และ ไม่ว่าช่างภาพจะกดชัตเตอร์อีกกี่ชอต เจ้าหลุยส์ก็จะกระโดดขวางเฟรมตลอดทำให้เกิดเป็นชัตเตอร์ถ่ายติดภาพกายกรรม น้องหมาสุดพิสดาร มองแล้วก็สงสัยว่าทำไปทำไมหากไม่ใช่เพราะหึงหวงเจ้านายนั่นเอง ถ้าอยากรู้แล้วว่าแต่ละภาพนั่นจะเรียกรอยยิ้มได้ขนาดไหนกันต้องไปดูกันเลยดีกว่า


            หวัดดีฮะผมชื่อ หลุยส์ พันธุ์ดัชชุนสุดหล่อ ผมขอคัดค้านข้อกล่าวหาที่ว่าขี้หึงกระโดดขวางกล้องทุกครั้งที่เจ้านายจะถ่าย ภาพคู่ !!! ไหนหลักฐานครับ ???


               ก็แค่ตั้งท่าวิ่งไล่จับแมลงเองนะ ยังไม่ได้บังใครสักหน่อย !


                เอ่อตอนนั้นผมเมื่อยหลังนี่นา เลยลุกขึ้นมายืดแขนยืดขายืดหลังนิดเดียวเอง


                ชัดเลย ภาพนี้ชัดเลย ! ผมหวังดีช่วยโปรยใบไม้ให้ภาพดูโรแมนติกยิ่งขึ้นต่างหาก


                 อุ๊ย !!! เขินจังนี่ผมเผลอกระโดดขวางไปทั้งตัวเลยเหรอเนี่ย


                 หนักเลย ภาพนี้ขโมยซีนเต็ม ๆ ถ้าหลักฐานจะชัดเจนแจ่มแจ้งขนาดนี้ผมไม่เถียงละกัน !!!


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก Dnk photography

http://pet.kapook.com/view134169.html