วันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ช็อก ตำรวจหญิงเสียชีวิตหลังติดเชื้อวัณโรคเพราะโดนคนร้ายถ่มน้ำลายใส่หน้า


         ช็อกเกินคาดคิด ตำรวจหญิงชาวยูเครนติดเชื้อวัณโรคหลังถูกผู้ต้องหาถ่มน้ำลายใส่หน้าขณะทำ การจับกุม ทำปอดติดเชื้อ ต้องรักษาเคมีบำบัด ทว่าสู้โรคไม่ไหว เสียชีวิตในที่สุด

          นับเป็นเรื่องน่าเศร้าใจอย่างมากกับการต้องสูญเสียเจ้าหน้าตำรวจหญิงมากความ สามารถรายหนึ่งไปก่อนวัยอันควร อันเนื่องมาจากความโชคร้ายที่เธอถูกผู้ต้องหาถ่มน้ำลายใส่ขณะปฏิบัติหน้าที่ พิทักษ์สันติราษฎร์ โดยเว็บไซต์เดลี่เมล ได้หยิบเรื่องราวนี้นำมาเสนอเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2559


         ย้อนกลับไปช่วงเทศกาลวันปีใหม่ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา อารีน่า โคลท์โซวา เจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงชาวยูเครน ประจำเมืองเคียฟ วัย 35 ปี ได้เข้าจับกุมผู้ต้องหารายหนึ่งซึ่งไม่ได้ระบุว่าเป็นหญิงหรือชาย แต่แล้วในระหว่างปฏิบัติหน้าที่นั้น เธอถูกผู้ต้องหารายนี้ถ่มน้ำลายรดเข้าที่ใบหน้า โดยไม่ได้คาดคิดว่าจะเป็นพาหะนำเชื้อวัณโรคมาสู่เธอ

          ด้วยความไม่เอะใจอะไร ตำรวจหญิงรายนี้จึงไม่ได้เข้ารับการป้องกันรักษา จนกระทั่งวันหนึ่งเชื้อลุกลามจนทำให้เธอหมดสติล้มลงในที่ทำงาน เมื่อถูกนำตัวส่งแพทย์เพื่อตรวจอาการ ก็พบว่าเธอมีภาวะปอดติดเชื้อจากวัณโรค จำเป็นต้องทำการรักษาด้วยเคมีบำบัด ระหว่างพักรักษาตัว เจ้าหน้าที่มีฮาอิล คินดราเควิช เพื่อนตำรวจหญิงรายหนึ่ง เผยว่า การทำเคมีบำบัดรักษาทำให้อารีน่าต้องโกนหัว เวลาให้อาหารก็ต้องให้ผ่านทางสายยางเข้าหลอดเลือด สภาพของเธอซูบผอมแทบจำไม่ได้ และกลายเป็นโรคขาดสารอาหารอย่างรุนแรง จนในที่สุดเธอก็สิ้นลมหายใจจากไป


              "การจากไปอย่างไม่มีวันกลับของอารีน่านับเป็นการสูญเสียที่ไม่มีอะไรสามารถทดแทนได้ แต่ความทรงจำของเธอจะอยู่ในหัวใจของพวกเราตลอดไป" กรมตำรวจเมืองเคียฟกล่าวอาลัยผ่านทางสื่อโซเชียล







ภาพจาก imgur.com, เฟซบุ๊ก Арина Кольцова

http://hilight.kapook.com/view/140240

วันพุธที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

จวกยับ ! คู่รักปิดถนนนำเฮลิคอปเตอร์มารับเจ้าสาว ทำรถติดเป็นชั่วโมง


         จวกยับ คู่รักปิดถนนในเซี่ยงไฮ้ นำเฮลิคอปเตอร์รับเจ้าสาวไปงานแต่ง ทำการจราจรติดขัดนับชั่วโมง

          ในขณะที่คู่รักหลายคนคาดฝันถึงพิธีแต่งงานสุดอลังการ ต้องการสร้างความประทับใจอย่างถึงที่สุดในพิธีสำคัญของกันและกัน แต่บางครั้งดูเหมือนว่าพวกเขาจะลืมนึกถึงผลกระทบที่ตามมาอยู่บ้าง เช่นเดียวกับคู่แต่งงานใหม่ซึ่งกำลังตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังจากที่ทั้งคู่ทำให้เกิดการจราจรติดขัดกลางกรุงเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน นานนับชั่วโมง


               โดยเว็บไซต์พีเพิล รายงานว่า พิธีแต่งงานซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2559 เจ้าบ่าวรายหนึ่งได้ตัดสินใจจ้างเฮลิคอปเตอร์มารับเจ้าสาวของเขาบนถนนหนาน หยวน เพื่อสื่อถึงความรักและโชคชะตาที่ฟากฟ้าส่งมาพบกัน ท่ามกลางกลุ่มเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย พร้อมปูพรมแดงบนถนนที่ปิดการจราจรชั่วขณะ


               จากนั้นเจ้าสาวในชุดแต่งงานแสนสวยก็ได้ก้าวขึ้นเฮลิปคอปเตอร์ เดินทางไปสถานที่จัดงานแต่งงานพร้อมกับเจ้าบ่าวด้วยรอยยิ้ม ทิ้งสภาพการจราจรติดขัดที่เกิดขึ้นจากการปิดถนนไว้เบื้องหลัง มุ่งหน้าสู่ชีวิตคู่หวานชื่นด้วยกัน


                 ไม่ต้องแปลกใจเลยว่าคนที่เดือดร้อนจากการต้องทนอยู่บนถนนนานนับชั่วโมงจะหัวเสียขนาดไหน กระทั่งเรื่องนี้ได้กลายมาเป็นหัวข้อที่ถูกส่งต่อและเรียกเสียงวิจารณ์ทั่วสังคมออนไลน์ของจีน






ภาพจาก xjphoto.net

http://wedding.kapook.com/-153339.html

วันอังคารที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ตระการตา อุทยานหิ่งห้อยหมื่นตัวที่จีน สวยงดงามสะกดใจราวป่าในฝัน


         พาชมอุทยานหิ่งห้อยแห่ง แรกในประเทศของจีน เลี้ยงแมลงส่องแสงกว่า 10,000 ตัว เปล่งประกายระยิบระยับสีทองตัดกับสีเขียวชอุ่มของใบไม้ใบหญ้า สวยงามสะกดทุกสายตา

          หิ่งห้อย แมลงที่หาดูหาชมได้ยากขึ้นทุกวัน ๆ ในสังคมเมือง กว่าจะได้เห็นหิ่งห้อยสักตัวเราต้องถ่อไปถึงชนบทกลางป่ากลางเขา เพราะหิ่งห้อยมักจะอาศัยอยู่ในป่าที่อุดมสมบูรณ์และมีแหล่งน้ำสะอาด แต่การชมหิ่งห้อยสำหรับชาวจีนอาจไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะทางการมณฑลหูเป่ย์ ได้เปิดตัวอุทยานสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ ที่มีไฮไลท์เป็นหิ่งห้อยนับ 10,000 ตัว


          อุทยานแห่งนี้มีชื่อว่า East Lake Peony Garden ตั้งอยู่ในนครอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ประเทศจีน รวบรวมหิ่งห้อยเอาไว้ภายในสวนกว่า 10,000 ตัว ภายในสวนที่แบ่งเขตต่าง ๆ เอาไว้ 5 เขต ทำให้สวนแห่งนี้เต็มไปด้วยแสงสีทองที่ระยิบระยับตลอดเวลากลางคืน มองไปทางไหนก็เห็นดวงไฟน้อย ๆ ล่องลอยส่งแสงกะพริบวิบวับอยู่ทั่ว ราวกับเป็นภาพในฝันไม่มีผิด


        หิ่งห้อยจำนวนกว่า 10,000 ตัวนี้ ถูกพามาจากเมืองหนิงตู มณฑลเจียงซี ซึ่งทางการระบุราคาค่าตัวของพวกมันว่า ตกอยู่ที่ตัวละ 10 หยวน หรือราว ๆ 52 บาท เลยทีเดียว นอกจากจะเลี้ยงดูพวกมันอย่างดีแล้ว ทางอุทยานก็ยังมีการเพาะพันธุ์หิ่งห้อยด้วยตัวเองอีกด้วย


          ทั้งนี้ อุทยานดังกล่าวจะเปิดให้ประชาชนเข้าเยี่ยมชมตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคมของทุกปี และจะปิดให้บริการในช่วงเดือนตุลาคมเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติภายในอุทยาน ก่อนจะเตรียมตัวให้บริการในปีถัดไป









ภาพจาก East Lake Peony Garden / Li Hui / Hubei
ขอบคุณข้อมูลจาก dailymail

http://travel.kapook.com/view150863.html

วันจันทร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2559

อบอุ่นจังเลยนะ พ่อตูบบรรจงเลียหน้าแม่หมา หลังคลอดลูกน้อยจนหมดแรง


        คลิปโมเม้นท์อันอบอุ่นของครอบครัวตูบ พ่อหมาเลียหน้าแม่หมาอย่างอ่อนโยน ช่วยผ่อนคลายความเหนื่อยล้าให้ หลังใช้พลังคลอดลูกน้อยจนหมดแรง

          ไม่บ่อยครั้งนักหรือบางคนแทบจะไม่เคยเลย ที่จะได้เห็นสุนัขแสดงความรัก ความอบอุ่น และเป็นห่วงเป็นใยคู่ของมันในแบบเดียวกันกับมนุษย์ แต่ก็ใช่ว่ามันจะไม่มีความรู้สึกนั้นเลย อย่างเช่นในคลิปวิดีโอที่ทางเว็บไซต์ Little Things หยิบนำมาเสนอให้ได้ชมนี้ แสดงและพิสูจน์ให้เห็นถึงความรักบริสุทธิ์ของเจ้าตูบตัวผู้ตัวหนึ่งที่มีต่อ ตัวเมียคู่ของมัน เกิดเป็นโมเม้นท์ความรักที่แสนอบอุ่นและสวยงาม เห็นแล้วซาบซึ้งใจไม่น้อยเลยทีเดียว

          เจ้าตูบตัวเมียเพิ่งจะผ่านชั่วโมงแสนทรหดในการคลอดลูกมา จึงนอนเหนื่อยอ่อนด้วยความเพลียและใกล้หมดแรง แต่หน้าที่แม่ก็ต้องดำเนินต่อไปตั้งแต่วินาทีแรกที่ลูก ๆ ลืมตาดูโลก เจ้าตูบตัวน้อยต่างพากันยื้อแย่งดูดนมที่เต้า มันจึงทำได้เพียงนอนนิ่ง ๆ เพื่อให้ลูกได้กินนมอย่างเต็มที่

          แต่สิ่งที่ทำให้รู้สึกซาบซึ้งอบอุ่นใจอย่างสุด ๆ ก็เมื่อได้เห็นเจ้าตูบตัวผู้คู่ของมัน มานอนอยู่ใกล้ ๆ ไม่ห่างไปไหน ค่อย ๆ เลียใบหน้าให้ตัวเมียอย่างอ่อนโยนและทะนุถนอม ประหนึ่งปลอบโยนเพื่อคุณแม่มือใหม่ให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้น แววตาของพ่อตูบก็ช่างอ่อนโยน แสดงให้เห็นความรัก ความเป็นห่วง ทั้งกับตัวแม่และลูกน้อย

          ช่างเป็นครอบครัวตูบที่อบอุ่นจริง ๆ เลยน้า :D


http://pet.kapook.com/view150818.html

วันอาทิตย์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ชวนหลอน วงจรปิดมัสยิดจับภาพแผงกั้นเคลื่อนที่ได้เองอย่างกับผีสิง

          เปิดคลิปจากกล้องวงจรปิดมัสยิดในมาเลเซีย แผงกระดานกั้นจู่ ๆ เคลื่อนที่ได้เองราวมีพลังลึกลับบังคับ

         
คลิปเรื่องราวเหนือธรรมชาติยังคงสร้างความฮือฮาได้เสมอไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่ส่วนใดของโลก ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2559 เว็บไซต์ coconut ได้เผยคลิปชวนหลอนพร้อมรายงานว่า กล้องวงจรปิดในมัสยิด  Baru Kampung Tedong ในเมืองมะละกา ประเทศมาเลเซีย จับภาพแผงกระดานกั้นที่อยู่หน้าห้องละหมาด จู่ ๆ ก็ขยับเคลื่อนไหว แล่นไปมาได้เองโดยที่ไม่มีใครเข้าไปเลื่อน โดยคลิปนี้ถูกเผยครั้งแรกทางเฟซบุ๊ก Jasin Daily จนบัดดนี้มีคนคลิกชมกว่า 320,000 ครั้งแล้ว 


          ประธาน มัสยิด นายอัคบาร์ อาลี เผยว่า เหตุการณ์ในคลิปเกิดขึ้นเมื่อเดือนที่ผ่านมา ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงถือศิลอดของชาวมุสลิม พร้อมเผยว่าตนไม่ได้เผยแพร่คลิปนี้เพื่อทำให้เหล่าชาวมุสลิมหวาดกลัวมัสยิด แห่งนี้ แต่ต้องการแสดงให้เห็นถึงความศักดิ์สิทธิ์ต่างหาก

          ขณะด้านมุขมนตรีเมืองมะละกา ดาตุ๊ก เสรี ไอดริส ฮารอน เผยกับสื่อ New Straits Time ว่า ตน ได้ดูคลิปดังกล่าวแล้ว และเห็นว่าแผ่นกระดานนั้นเคลื่อนไปเคลื่อนมาแบบเดาทิศทางไม่ได้จริง ๆ แต่ถึงอย่างนั้นในปัจจุบันก็มีเทคโนโลยีที่จะตัดต่อคลิปได้ โดยตอนนี้กำลังจะส่งเรื่องให้ทั้งหน่วยงานศาสนาและนักวิทยาศาสตร์เข้าตรวจ สอบ เขาไม่ต้องการให้เหตุการณ์ในคลิปดังกล่าวรบกวนจิตใจชาวมุสลิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเดือนรอมฎอน ขณะที่มัสยิดใหม่ที่เพิ่งเปิดใช้งานได้ได้ไม่กี่เดือนแห่งนี้ ก็จะยังให้บริการตามปกติต่อไป


http://hilight.kapook.com/view/138412

วันพฤหัสบดีที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2559

นักบินกองทัพช่วยชีวิตเหมียวน้อยน่ารัก ทำสาวกรี๊ดหนักหลงรักทั้งคนทั้งแมว


นักบินหนุ่มแห่งกองทัพอังกฤษพบ ลูกแมวตัวน้อยหลับปุ๋ยอยู่บนรถ หลังเพิ่งเดินทางไกลกว่า 480 กิโลเมตรมาหมาด ๆ กลายเป็นเหมียวผู้โชคดีที่ได้พบเจ้านายหนุ่มสุดใจดี ด้านชาวเน็ตสับสน ไม่รู้จะเอ็นดูแมวน่ารัก หรือจะกรี๊ดนักบินสุดหล่อดี

          วันที่ 15 มิถุนายน 2559 เว็บไซต์เมโทร เปิดเผยเรื่องราวชวนอมยิ้ม เมื่อร้อยโท นิค กริมเมอร์ นักบินจากกองทัพเรืออังกฤษ ได้พบแมวลายสลิดสีเทาบนรถของตนอย่างน่าประหลาดใจ ทั้ง ๆ ที่เพิ่งเดินทางไกลมาเป็นระยะทางถึง 480 กิโลเมตรเลยทีเดียว


        เจ้าลูกเหมียวตัวนี้ได้รับชื่อใหม่ ว่า ทิกเกอร์ มันนอนหลับสนิทบนรถยนต์อยู่นานถึง 1 วันเต็ม ๆ โดยร้อยโท กริมเมอร์วัย 32 ปี แห่งหน่วย 814 Naval Air Squadron เล่าว่า เขาได้ยินเสียงครางเบา ๆ เหมือนเสียงลูกแมวดังมาจากที่ไหนสักแห่งบนรถ แต่ก็หาต้นตอไม่พบเสียที


          กระทั่งเช้าวันถัดมา ร้อยโท กริมเมอร์ตามช่างซ่อมบำรุงเครื่องบินมาช่วยสืบหาว่าเสียงแปลก ๆ นี้คืออะไรกันแน่ และในที่สุด ลูกแมวลายสลิดสีเทาก็โผล่หน้าออกมาทักทายพวกเขาจากกันชนหน้ารถ มันดูสุขสบายและไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเลย แม้ว่ารถคันนี้เพิ่งจะเดินทางไกลมาหมาด ๆ ร้อยโท กริมเมอร์คาดว่าเจ้าเหมียวคงจะใช้หมวกกันน็อกของเขาเป็นที่นอนนุ่ม ๆ ในตอนกลางคืน


          เมื่อเรื่องราวสุดน่ารักถูกเผยแพร่ ในโลกออนไลน์ ชาวเน็ตหลายรายก็ต่างแสดงความเอ็นดูต่อเจ้าเหมียวกันยกใหญ่ ในขณะที่บางรายก็เริ่มสับสนว่าจะใจละลายกับความน่ารักของลูกแมว หรือจะกรี๊ดกับความหล่อของร้อยโท กริมเมอร์ดีหนอ เลือกไม่ถูกกันเลยทีเดียว

          อย่างไรก็ดี ผู้บัญชาการหน่วย 814 Naval Air Squadron เปิดเผยว่า หน่วยของเขายินดีที่จะรับเลี้ยงเจ้าทิกเกอร์ เพราะเป็นธรรมเนียมของทางหน่วยทหารเรือที่มักจะเลี้ยงแมวเป็นมาสคอตประจำ หน่วยอยู่แล้ว


ภาพจาก Royal Navy
หมายเหตุ : อัพเดทข้อมูลล่าสุดเมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 17 มิถุนายน 2559

http://pet.kapook.com/view150604.html

วันเสาร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ง่วงอะไรเบอร์นั้น สาวนั่งหลับบนรถไฟ ร่วงกระแทกพื้น-ขาชี้ฟ้า (ชมคลิป)

        ท่าจะง่วงจริงอะไรจริง สาวนั่งหลับบนรถไฟ ทิ้งร่างร่วงหัวกระแทกพื้น ขาลอยชี้ฟ้า ฝั่งเพื่อนสุดตกใจแต่ช่วยไว้ไม่ทัน

          หลายคนที่ต้องนั่งรถไฟหรือรถไฟใต้ดินนาน ๆ คงจะเคยแอบงีบแอบสัปหงกกันบ้างล่ะ แต่เชื่อเลยว่าไม่ว่าคุณจะเคยแอบงีบบนรถไฟยังไง ก็ไม่เท่าสาวรายนี้แน่ ๆ เพราะเธอหลับจริงจังชนิดที่เรียกว่า ต่อไปนี้อาจต้องสวมหมวกกันน็อกขณะนั่งรถไฟด้วยเลยล่ะ

          เว็บไซต์เดลี่เมล เผยคลิปชวนฮาของสาวรายหนึ่ง ซึ่งไม่รู้ว่าไปอดหลับอดนอนมาจากที่ไหน ในขณะที่เธอเดินทางโดยสารรถไฟ ก็เกิดเผลอหลับซะลึกเลย นั่งหลับไปเพลิน ๆ แต่พอสักพักตัวก็เริ่มเอนไหล จนร่างร่วงตกเก้าอี้ ขาชี้ฟ้า หัวทิ่มพื้นจนได้ยินเสียงดัง ทำเอาเพื่อน ๆ ที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ พลอยตื่นตกใจ คว้ามือช่วยจับเพื่อนไว้แต่ไม่ทัน


        คลิปวิดีโอนี้ได้ถูกนำมาโพสต์ลงเว็บไซต์ LiveLeak เมื่อวันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา แต่จากรายงานไม่ได้ระบุแน่ชัดว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ใด และสาวรายนี้ได้รับบาดเจ็บหรือไม่ หรือนี่อาจเป็นเหตุการณ์ที่สร้างขึ้นมาก็ไม่อาจทราบได้

          อย่างไรก็ดี แม้หลาย ๆ คนที่ได้เห็นคลิปวิดีโอนี้จะมองว่าเป็นเรื่องตลก แต่หากเกิดขึ้นจริงแล้วคงจะขำไม่ออก เนื่องจากมันเป็นอันตรายที่ไม่ควรประมาทเลยทีเดียว เพราะหากหลับไม่ได้สติขนาดนี้ หากเกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้นอย่างกะทันหัน อาจจะได้รับบาดเจ็บรุนแรงเลยทีเดียว



ภาพจาก LiveLeak

http://hilight.kapook.com/view/137918