วันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ปลาค้างคาวปากแดง สัตว์โลกจอมเบะปากแดงแจ๋จากใต้ทะเล



        ชวนมารู้จัก ปลาค้างคาวปากแดง สัตว์โลกใต้ทะเลที่ปากแดงแจ๋ราวกับทาลิปสติก แถมยังหน้าบึ้งตึงประหนึ่งโกรธใครมาอีกด้วยแน่ะ

         ถ้าพูดถึงปลาแล้ว ใคร ๆ ก็นึกถึงสัตว์น้ำมีครีบ มีหาง ว่ายน้ำเก่ง และบางตัวก็รสชาติอร่อย แต่ลึกลงไปใต้พื้นผิวมหาสมุทรนั้นยังมีสัตว์น้ำหน้าตาแปลก ๆ อีกมากมายที่เราอาจไม่เคยเห็น แต่มีปลาอยู่ชนิดหนึ่งที่รับรองว่าหากได้เห็นจะต้องร้องว่า นี่ปลาเหรอ !? อย่างแน่นอน

         ไม่ใช่ปลาลึกลับจากไหนหรอก แต่มันมีชื่อว่า “ปลาค้างคาวปากแดง” หรือ ปลาค้างคาวกาลาปากอส ที่ได้ชื่อว่าปลาปากแดงนั้นก็มาจากหน้าตาแปลก ๆ ของมันนั่นแหละ เพราะแทนที่มันจะมีปากเหมือนปลาทั่วไป มันกลับมีริมฝีปากที่ดูคล้ายของมนุษย์ยังไงยังงั้น แถมยังมีสีแดงแปร๊ดราวกับเพิ่งทาลิปสติกสุดเฉี่ยวมาอย่างนั้นแหละ แค่นั้นไม่พอ ปากของมันยังอยู่ในลักษณะคล้ายกับการเบะปากเสียด้วย หน้าตาก็เลยยิ่งฮาเข้าไปใหญ่ ประหนึ่งเป็นเจ๊ผู้สวยเริดเชิด และหยิ่งสุด ๆ จากใต้ท้องทะเล


        ปลาค้างคาวปากแดงมีถิ่นอาศัยอยู่ ณ แถบนอกชายฝั่งใกล้ ๆ เกาะโคคอส ของประเทศคอสตาริกา มันเป็นปลาที่ว่ายน้ำไม่ค่อยเก่งเอาเสียเลย มันจึงวิวัฒนาการให้ใช้ชีวิตอยู่บนพื้นทรายใต้ทะเลซะเป็นส่วนใหญ่ โดยใช้ครีบที่ใต้ตัวช่วยในการเดินดุกดิกไป-มาบนพื้นทราย แทนที่จะเป็นการว่ายน้ำ

         ลักษณะภายนอกของปลาหน้าตาตลกตัวนี้ที่เห็นเด่นชัดนอกจากปากแดงแปร๊ดแล้ว มันมีลำตัวสีน้ำตาลอ่อน มีจุดหรือลายตามตัวเป็นสีน้ำตาลเข้มเกือบดำ และมีหงอนหรือเขาเล็ก ๆ ยื่นออกมาระหว่างดวงตา มันจะใช้หงอนนี้ในการล่อเหยื่อเข้ามาติดกับแล้วเขมือบซะ เช่นเดียวกับปลาแองเกลอร์ หรือปลาตกเบ็ด นักล่าใต้ท้องทะเลลึกอันโด่งดัง


          ปลาค้างคาวปากแดงสามารถเจริญเติบโต จนมีลำตัวยาวได้ถึง 40 เซนติเมตร ซึ่งเป็นขนาดที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่มีการบันทึกมาได้ และแม้ว่ามันจะมีถิ่นที่อยู่ในแถบเกาะกาลาปากอส มหาสมุทรแปซิฟิก แต่เคยมีบันทึกว่า ชาวประมงจากแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา สามารถจับมันได้ในตาข่ายดักปลาครั้งหนึ่งด้วย




http://hilight.kapook.com/view/128919

วันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

โอ้โหใครจะเชื่อ แค่บริจาคอุจจาระ อาจได้รับเงินสูงถึงปีละ 4 แสน !!



         ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกวันนี้ ใคร ๆ ก็ต้องถ่ายหนักกันเป็นประจำ แต่แทนที่จะโบกมือลาก้อนอึของ คุณแล้วกดน้ำมันทิ้งไปเฉย ๆ ลองอ่านสิ่งที่เรานำมาฝากกันวันนี้ก่อนสิ แล้วคุณจะรู้ว่า อึน้อย ๆ ก็มีคุณค่ากับผู้ที่กำลังป่วยด้วยนะ

         บริษัท Openbiome จากสหรัฐอเมริกา เปิดรับบริจาคอุจจาระจากผู้ใจบุญที่มีสุขภาพดี เพื่อนำไปเป็นยาอุจจาระบำบัดสำหรับผู้ป่วยโรคในช่องท้องที่เกิดจากแบคทีเรีย Clostridium difficile ซึ่งทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดท้องเหมือนแบคทีเรียตัวอื่น ๆ แต่ความพิเศษของแบคทีเรียตัวนี้คือ ยิ่งรับประทานยาฆ่าเชื้อเท่าไร มันยิ่งเติบโตรวดเร็วมากขึ้นเท่านั้น

         ย้อน กลับไปเรื่องพื้นฐานของแบคทีเรียในร่างกายมนุษย์กันก่อน ในร่างกายของเรานั้นมีจุลินทรีย์ประจำถิ่นอาศัยอยู่มากมายกว่า 200 ชนิด โดยมีมาตั้งแต่เราคลอดออกจากท้องแม่ จุลินทรีย์เหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ต่อร่างกายของเราทั้งสิ้น ทั้งช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อจากจุลินทรีย์ก่อโรคอื่น ๆ ช่วยสร้างวิตามิน และช่วยย่อยสลายอาหารทำให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ดี



        แต่เมื่อมีจุลินทรีย์แปลก ปลอมโผล่มาในร่างกายของเราและทำให้เกิดโรคบางชนิด การรักษาอาการป่วยที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียในปัจจุบันคือการรับประทานยาฆ่า เชื้อหรือยาปฏิชีวนะ ที่จะส่งผลให้เกิดการทำลายจุลินทรีย์ดี ๆ ที่เคยอาศัยในร่างกาย และทำให้แบคทีเรียก่อโรคที่ไม่ตายเพราะยาฆ่าเชื้อยิ่งเจริญเติบโตได้ดีขึ้น ไปอีก

         ฉะนั้น เชื้อแบคทีเรียที่ชื่อ Clostridium difficile ไม่ ถูกทำลายด้วยยาฆ่าเชื้อ ทำให้ทางการแพทย์แทบจะหมดหนทางในการรักษาผู้ป่วยจากแบคทีเรียชนิดนี้ และมันจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการอักเสบ เป็นตะคริว เป็นไข้ ท้องร่วงถ่ายเป็นเลือด ลำไส้อักเสบ ซึ่งทางการแพทย์เรียกอาการที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียตัวนี้ว่า antibiotic-associated diarrhea

         ในแต่ละปี ชาวสหรัฐฯ ที่เจ็บป่วยด้วยโรคนี้มีมากกว่า 250,000 ราย และเสียชีวิตอีกราว 14,000 ราย ดังนั้น จึงมีการวิจัยเพื่อค้นหาหนทางรักษาโรคที่ว่านี้ด้วยวิธีอื่นที่ไม่ใช่การใช้ ยาปฏิชีวนะ ใช่แล้ว...วิธีที่ว่าก็คือ อุจจาระบำบัด นั่นเอง


         อุจจาระบำบัด คือการนำอุจจาระจากผู้บริจาคที่มีสุขภาพดีและมีจุลินทรีย์ดี ๆ ที่ร่างกายต้องการอยู่เป็นจำนวนมาก จากนั้นก็นำอุจจาระนี้มาให้ผู้ป่วยติดเชื้อรับเข้าไปในร่างกายด้วยการรับประทานแคปซูลอุจจาระแช่แข็ง เพื่อแก้ความไม่สมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ อาจฟังดูไม่น่าพิสมัยแต่มันก็สามารถใช้ช่วยคนได้จริง

         บริษัท Openbiome จึงเปิดรับบริจาคอุจจาระจากผู้บริจาคที่มีสุขภาพดี โดยจะมีการคัดกรองด้วยการตรวจเลือดและตรวจสุขภาพก่อนจะลงทะเบียนเป็นผู้ บริจาคตัวจริง ซึ่งเมื่อคุณลงทะเบียนผ่านแล้ว คุณจะได้สิทธิ์ในการขายก้อนอึน้อย ๆ ของคุณในราคา 40 เหรียญดอลลาร์สหรัฐต่อครั้ง (1,432 บาท)

         ที่สำคัญ ถ้าคุณบริจาคอึได้ถึง 5 ครั้งต่อสัปดาห์ คุณจะได้รับเงินพิเศษอีก 50 เหรียญ รวมเป็นรายรับสัปดาห์ละ 250 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ (ราว 9 พันบาท) หรือถ้าคุณเป็นสุดยอดผู้บริจาคอึชั้นเซียน คุณจะได้รับเงิน 13,000 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 4 แสนบาทต่อปีเลยทีเดียว !

         รู้แบบนี้แล้วก็หันมาใส่ใจสุขภาพกันสักนิด เผื่อว่าวันหนึ่งอาจจะได้บริจาคอึ ทั้งได้บุญแถมได้เงินใช้อีกต่างหาก ที่สำคัญ ถ้าสุขภาพของเราดีอยู่แล้ว ก็จะลดความเสี่ยงที่อาจจะต้องไปกินอึของคนอื่นเข้าสักวันด้วยน่ะสิ บรื๋อ...


ภาพจาก Openbiome.com

http://hilight.kapook.com/view/128901


วันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

โกงตาย เก๋งเจออุบัติเหตุ 3 ชอต แต่รอดมาได้เพราะดริฟขั้นเทพ



         เป็นคลิปที่แชร์กันกระจายเลยทีเดียว สำหรับเหตุการณ์อุบัติเหตุที่ คุณ Toy Rattasart ได้โพสต์ลงในเพจ Lord Clips คลิปเด็ด เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2558 ที่เจออุบัติเหตุเกือบตายถึง 3 ครั้ง แต่กลับรอดมาได้อย่างหวุดหวิด




          โดยคลิปดังกล่าวได้เผยให้เห็นรถจักรยานยนต์คันหนึ่ง ขับย้อนศรมาในช่องบายพาส จ.ชลบุรี ซึ่งขับมาในลักษณะกินเลนสวน แต่จู่ ๆ ก็มีเก๋งสีขาวขับพุ่งออกมาด้วยความเร็วสูง เดชะบุญที่รถเก๋งสีขาว หักหลบได้ทัน แต่ตอนนั้นอีกเลนหนึ่งก็มีรถกระบะขับพุ่งเข้ามา แต่เก๋งสีขาวกลับหักหลบทันอีก พุ่งทะลุไปถนนอีกฝั่ง  รถเหวี่ยงแถบจะปะทะกับรถบรรทุกที่ขับมาอย่างเร็วอีกด้วย




          แต่ อย่างไรก็ดี รถเก๋งสีขาวกลับปลอดภัย ไร้อันตรายใด ๆ จนชาวเน็ตถึงกับถามว่า รถเก๋งสีขาวแขวนพระอะไรกันถึงโกงตายได้ขนาดนี้ ขณะที่หลายคนระบุว่า รถจักรยานยนต์นั้นมักง่ายขับผิดกฎหมาย ถ้ารถเก๋งไม่โชคดีอาจจะเกิดเหตุสูญเสียก็เป็นได้




วันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

มีงี้ด้วย ! หญิงวัย 47 สุดเซอร์ไพรส์เมื่อรู้ว่าตัวเองท้อง ตอนก่อนคลอดแค่ 1 ชั่วโมง



               แสดงความยินดีดัง ๆ กับคุณแม่มือใหม่ชาวอเมริกัน ที่มีลูกคนแรกในวัย 47 ปี หนำซ้ำยังเพิ่งรู้ตัวว่าตั้งครรภ์เอาตอนก่อนคลอดแค่ 1 ชั่วโมง !

               วันที่ 6 พฤศจิกายน 2558 เว็บไซต์เดลี่เมล เผยเรื่องชวนอึ้งของนางจูดี้ บราวด์ หญิงวัย 47 ปี จากเบเวอร์ลี รับแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา ที่ค้นพบว่าตัวกำลังตั้งครรภ์ ก่อนหน้าที่จะคลอดลูกสาวออกมาลืมตาดูโลกเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น


                 นางจูดี้เผยว่า ที่ผ่านมาเธอคิดว่าตัวเองอ้วนขึ้นเพราะอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านของวัย และที่ประจำเดือนขาดหายไปก็เพราะว่าเข้าสู่วัยทองแล้ว แต่แล้วเธอก็รู้สึกปวดท้องอย่างรุนแรงจนทนไม่ไหว ต้องให้ เจสัน ผู้เป็นสามีพาไปส่งโรงพยาบาลด่วน และแล้วแพทย์ก็มาบอกเธอทั้งคู่ว่า "เป็นข่าวดีจริง ๆ ไม่พบอุปสรรคใด ๆ กีดขวางทางคลอดเลย คุณท้องนะครับ และกำลังจะได้ลูกสาวอีกไม่นานนี้แล้ว"

               และแล้วจูดี้ก็ให้กำเนิดทารกหญิงสุขภสพสมบูรณ์แข็งแรง น้ำหนัก 3,600 กรัม ซึ่งทั้งคู่ได้ตั้งชื่อให้ว่า แคโรลิน โรส

               เจสัน ซึ่งแต่งงานกับภรรยามา 22 ปีแล้วและยังไม่มีทายาทด้วยกันเลย เผยว่า พวกเขาทั้งคู่คิดเสมอว่า "หากลูกจะมา ก็จะมาเองแหละ" แต่ก็ไม่คาดคิดมาก่อนว่าทายาทคนแรกจะมาเอาในช่วงเวลานี้



              คุณพ่อมือใหม่ดูเห่อและตื่นเต้นกับลูกสาวคนแรกสุด ๆ คอยอุ้ม เข็นรถเข็นของทารกน้อยด้วยความทะนุถนอมรักใคร่ แต่กระนั้นเจสันก็เผยว่า เขากำลังจะเข้ารับการทำหมัน คิดว่าจะไม่มีทายาทอีกเป็นคนที่สองแล้ว

               ใน ตอนนี้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ทั้งสองรายก็ได้รับอนุญาติให้พาลูกสาวตัวน้อยกลับ ไปบ้านได้แล้ว โดยทั้งคู่ก็พบความวุ่นวายเล็กน้อย ต้องขอหยิบยืมทั้งเปลและรถเข็นเด็กจากเพื่อนฝูงและญาติ ๆ มาใช้ เพราะสมาชิกใหม่ของครอบครัวเกิดมาแบบไม่ทันได้ตั้งตัวเลยจริง ๆ


ภาพจาก abcnews
http://hilight.kapook.com/view/128824


วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

อะไรกันนี่ แขกงานแต่งจับนมเจ้าสาวไม่ปล่อย เขาว่าเป็นประเพณีในจีน !?



          เปิดคลิปสุดอึ้ง ชายหนุ่มแขกงานแต่งงานใช้มือจับหน้าอกเจ้าสาวไม่ยอมปล่อย หนำซ้ำยังคลึงไปมา ขณะคนรอบข้างส่งเสียงเชียร์ หัวเราะชอบใจ 

          วันที่ 5 พฤศจิกายน 2558 เว็บไซต์ไลฟ์ลีก เปิด เผยคลิปวิดีโอชวนอึ้งปนฉงน โดยในคลิปวิดีโอนี้ปรากฏภาพของกลุ่มคนที่คาดว่าน่าจะเป็นชาวจีน ยืนรุมล้อมหญิงสาวคนหนึ่ง ที่กำลังถูกชายหนุ่มอีกรายใช้มือทั้งสองข้างจับหน้าอกเธอเต็มเต้าต่อหน้า ธารกำนัล แต่ดูเหมือนว่าทุกคนจะไม่แปลกใจอะไร พวกเขายังคงตะโกนส่งเสียงเชียร์และพูดคุยเฮฮา แถมยังยกมือถือขึ้นมาถ่ายทั้งภาพและคลิปเอาไว้อีกต่างหาก


              ชายหนุ่มในชุดสีน้ำเงิน สวมนาฬิกาที่ข้อมือซ้าย จับหน้าอกหญิงสาวแบบไม่ยอมปล่อยมือ นอกจากนี้เขายังยิ้มแย้มแจ่มใสราวกับสิ่งที่อยู่เป็นเรื่องปกติธรรมดา มีบางครั้งที่เขาขยับมือไปมาคล้ายกำลังนวดหน้าอกหญิงสาวด้วย ขณะที่ฝ่ายหญิงก็ไม่ได้มีอาการปัดป้องหรือโมโหแต่อย่างใด ซ้ำยังหัวเราะร่าเริงปนเขินอายนิด ๆ ที่มีมือของผู้ชายกำลังแปะอยู่บนของสงวนอย่างหน้าอก


         โดยผู้โพสต์คลิปวิดีโอนี้ให้ ข้อมูลว่า คลิปวิดีโอนี้ถูกบันทึกได้จากงานเลี้ยงในงานแต่งงานแห่งหนึ่ง ซึ่งหญิงสาวคนที่ถูกจับหน้าอกนั้นเป็นเจ้าสาวของงาน ส่วนชายหนุ่มที่ขยำหน้าอกไม่ยอมปล่อยเป็นแขกในงาน พร้อมกันนี้ยังอ้างว่า การจับหน้าอกเจ้าสาวแบบนี้ถือเป็นประเพณีในบางพื้นที่ของจีนด้วย

          แหม...ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ๆ แล้วล่ะก็ ไม่แน่ใจว่างานนี้เจ้าบ่าวจะว่ายังไงบ้างนะเนี่ย...



ภาพจาก Liveleak

http://hilight.kapook.com/view/128799

วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

สุดเวทนา แก๊งเจ้าตูบถูกขนเม่นทิ่มตำนับร้อย เกือบไม่รอดชีวิต



เจ้าตูบสุดน่าสงสาร พากันออกไปวิ่งเล่นในทุ่งหญ้าก่อนถูกเม่นเล่นงานเข้าอย่างจัง สลัดขนนับร้อยทิ่มใส่มิดทั้งใบหน้ารวมไปถึงปอดและหัวใจจนเกือบไม่รอดชีวิต โชคยังดีที่คุณหมอช่วยผ่าตัดรักษาไว้ได้

          วันที่ 4 พฤศจิกายน 2558 เว็บไซต์เดลี่เมล เผยภาพแสนเวทนา เมื่อเจ้าสุนัขตัวนี้ถูกขนเม่นนับร้อยทิ่มตำอยู่ทั่วหน้าและช่วงตัวจนเกือบ เอาชีวิตไม่รอด โดยภาพดังกล่าวนี้ถูกโพสต์ลงเว็บไซต์ gofundme ช่วยกันระดมเงินทุนไปใช้ในการช่วยเหลือมัน


           เจ้าตูบน่าเวทนาตัวนี้มีชื่อว่า มาฮาโล เป็นสัตว์เลี้ยงของเดนนิส มาเซอร์ ชาวแคนาดา เขาเล่าว่า วันนั้นเจ้ามาฮาโลออกไปเล่นกับเนสต้าห์และโซลิจาห์เพื่อนสุนัขอีก 2 ตัว ที่ในทุ่งหญ้าในเขตรัฐซัสแคตเชวัน แต่แล้วจู่ ๆ มันก็เข้าไปใกล้สัตว์อันตรายอย่างเม่นที่มีขนเป็นหนามแหลม จนในที่สุดพวกมันทั้ง 3 ตัวถูกเม่นเล่นงานสะบัดขนเข้าใส่จนทิ่มตำไปทั่ว แต่เจ้ามาฮาโลโชคร้ายสุดถูกขนเม่นนับร้อยตำเต็มหัว อีกทั้งยังโดนช่วงตัวบริเวณอวัยวะสำคัญอย่างปอดและหัวใจด้วย


               ด้วยความเป็นกังวลอย่างยิ่งว่าเจ้ามาฮาโลจะไม่รอดชีวิต เดนนิสจึงรีบพามันไปหาสัตวแพทย์เพื่อช่วยเหลือเป็นการด่วน แต่ทั้งนี้เนื่องจากค่ารักษาพยาบาลค่อนข้างสูงมากถึง 8,000 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 280,000 บาท) ไมค์ เจอร์แรน เพื่อนของเดนนิสจึงช่วยระดมทุนผ่านทางเว็บไซต์ดังกล่าวเพื่อช่วยเหลือเพื่อน โดยได้ระบุว่า "เจ้าสุนัขพวกนี้เป็นที่รักของเดนนิสมาก"


                 นับว่าเป็นโชคดีของเจ้ามาฮาโลอย่างมาก ทางสัตวแพทย์ทำการผ่าตัดรักษามันจนปลอดภัยหายห่วงเป็นที่เรียบร้อยแล้วรวม ถึงเจ้าเนสต้าห์กับโซลิจาห์ที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย และน่าทึ่งว่าในเพจของเว็บไซต์ gofundme มีผู้ใจบุญร่วมเข้าไปช่วยบริจาคเงินช่วยเหลือเจ้าตูบเหล่านี้มากกว่า 15,000 เหรียญ (ประมาณ 530,000 บาท) แล้วขณะนี้


ภาพจาก gofundme



วันพุธที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

สุดเวทนา นกกระตั้วถูกทิ้งเครียดจัด จิกขนตัวเองโกร๋นทั้งตัว



         เจ้าหน้าที่ศูนย์อนุรักษ์สัตว์ป่าสหรัฐฯ พบนกกระตั้วทุก ทิ้งอยู่ในสภาพสุดเวทนา เครียดจนจิกขนจนร่วงโกร๋นไปทั้งตัว เหลือไว้แต่เพียงแต่ส่วนหัวและหงอน แต่ตอนนี้แฮปปี้ขึ้นมากแล้ว หลังถูกนำไปรักษาและเลี้ยงดูในบ้านหลังใหม่

          วันที่ 1 พฤศจิกายน 2558 เว็บไซต์เมโทรของอังกฤษ  เผยภาพของนกกระตั้วที่ถูกเจ้าหน้าที่จากศูนย์อนุรักษ์สัตว์ป่าของรัฐแคนซัส สหรัฐฯ ช่วยเหลือมาในสภาพที่เห็นแล้วต้องเวทนา ขนโกร๋นหมดทั้งตัว เหลือเพียงแค่ส่วนหัวกับหงอนสีเหลืองเด่น ที่ทำให้ยังพอช่วยให้สามารถระบุชนิดของมันได้

          นก กระตั้วหรือนกคอกคาทู (cockatoo) ตัวนี้เป็นเพศเมีย จากรายงานระบุว่ามันเคยเป็นสัตว์เลี้ยงที่ถูกตั้งชื่อให้ว่า "ฮอบบี้" ที่แปลว่างานอดิเรก ความหมายของชื่อนั้นก็ไม่ต่างไปจากชะตาชีวิตของมัน ที่เจ้าของเดิมเลี้ยงจนเบื่อแล้วก็ปล่อยทิ้งขว้าง เจ้าหน้าที่เผยว่าตอนช่วยมันมา ตัวของเจ้าฮอบบี้มีแต่กลิ่นก้นบุหรี่และขยะเน่า ๆ


         แม้การจิกขนตัวเองจะเป็นพฤติกรรมปกติของนกกระตั้ว แต่หากมันตกอยู่ในภาวะเครียด พฤติกรรมจิกขนก็สามารถรุนแรงขึ้นผิดปกติ จิกทึ้งขนตัวเองหลุดหมดเท่าที่จะงอยปากจะไปถึง ซึ่งคาดว่าเจ้าฮอบบี้คงตกอยู่ในอาการเครียด หลังถูกเจ้าของทิ้งขว้าง ไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม

          สิ่งแรกที่เจ้าหน้าที่ของศูนย์ฯ ปฏิบัติคือ นำตัวมันไปอาบน้ำ แล้วตรวจเช็กสภาพร่างกายจนทั่ว เมื่อเสร็จแล้วจึงนำอาหารอย่างสตรอว์เบอร์รีและกล้วยสดมาให้มันกิน สุดท้ายทางเจ้าหน้าที่จึงจัดการตั้งชื่อให้ใหม่อย่างไพเราะว่า "ฮาวี" เพื่อเป็นการฉลองให้กับชีวิตใหม่ของมัน


              และแล้วหลังจากผ่านไปราว 1 เดือนในบ้านหลังใหม่ของมัน เจ้าฮาวีก็ดูมีความสุขขึ้นเยอะ แต่ทางเจ้าหน้าที่ก็ยังไม่ทราบสาเหตุว่าทำไมขนของมันถึงยังไม่งอกขึ้นมาใหม่ เสียที หรืออาจจะต้องรอเวลานานกว่านี้ แต่อย่างไรก็ดีพวกเขาได้เตรียมถักเสื้อกันหนาวรอไว้ให้มันพร้อมรับกับฤดู หนาวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว



http://pet.kapook.com/view133197.html